
การเมืองไทยต้องแก้ที่ "ความไม่เท่าเทียม"
เว็บไซต์เดอะ ดิโพลแมต เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์อ้าง ปราจี ปริยา นักเศรษฐศาสตร์ชาวอินเดีย
เว็บไซต์เดอะ ดิโพลแมต เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์อ้าง ปราจี ปริยา นักเศรษฐศาสตร์ชาวอินเดีย แสดงความเห็นเกี่ยวกับทางออกของประเทศไทยจากวิกฤตการเมืองในปัจจุบันว่า จะสามารถเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อไทยสามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นระบบเสียก่อน โดยให้เหตุผลว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจนับเป็นต้นตอสำคัญที่นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางรายได้จนกลายเป็นปัญหาสังคม และจุดชนวนสู่การลุกฮือของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในที่สุด
รายงานอธิบายว่า แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยสามารถทนทานต่อความไร้เสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ ปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกและภัยธรรมชาติได้อย่างดี จนได้รับฉายาว่า “เทฟลอน ไทยแลนด์”
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่อาจสามารถคาดหวังว่าเศรษฐกิจของประเทศจะสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตเหล่านี้ได้ทุกครั้งไป เนื่องจากไทยยังคงติด “กับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง” นับตั้งแต่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง สะท้อนได้จากสัดส่วนรายได้ประชาชาติเฉลี่ยต่อหัว (จีเอ็นไอ) ในช่วงปี 1985-1997 ที่ขยายตัวอย่างร้อนแรงเฉลี่ย 7% ต่อปี ก่อนขยายตัวลดลงอยู่ที่ราว 3.8% ต่อปี หลังเกิดวิกฤตการเงินในเอเชีย
นอกจากนี้ แม้ว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา กลยุทธ์การใช้ภาคส่งออกเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักจนสามารถนำพาประเทศไทยผงาดจากประเทศที่มีรายได้ต่ำมาเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง ทว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมยังปรากฏเด่นชัดในสังคม
ตอกย้ำได้จากดัชนีความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของไทย จากการคำนวณของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) พบว่าสูงถึง 52% ในปี 2010 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออก
นักเศรษฐศาสตร์ของอินเดีย ระบุอีกว่า การเทงบประมาณสาธารณชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะด้านการศึกษาไปยังกรุงเทพฯ เป็นหลัก ตลอดจนการมุ่งเน้นการผลักดันให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ยิ่งส่งผลให้ปัญหาความแบ่งแยกทางสังคมระหว่างกลุ่มคนชนบทและคนเมืองทวีความรุนแรงขึ้นอีก ซึ่งนับเป็นจุดอ่อนสำคัญที่สุดสำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย
การปฏิรูปนโยบายทางเศรษฐกิจระยะยาว ซึ่งหมายรวมถึงการยกเครื่องการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ ปฏิรูปทางการเงิน นโยบายการจัดสรรที่ดินและระบบประกันสังคม เป็นมาตรการเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้ อันเป็นบ่อเกิดของการลุกฮือของประชาชน โดยเร็ว
“แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ประเทศไทยจะสามารถหาทางออกจากวิกฤตการเมืองในปัจจุบันและสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ภายในกลางปีนี้ แต่ยังไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเท่าไรนัก เพราะประเทศไทยจะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจได้จนกว่าจะสามารถจัดการกับปัญหาความแตกแยกในสังคมให้ได้เสียก่อน” นักเศรษฐศาสตร์ชาวอินเดีย ระบุทิ้งท้าย







