posttoday
แปลงหนี้ครูเป็นสินทรัพย์เปิดช่องกู้เพิ่ม-เจ๊งแน่?

แปลงหนี้ครูเป็นสินทรัพย์เปิดช่องกู้เพิ่ม-เจ๊งแน่?

10 มิถุนายน 2557

หลังจากที่ธนาคารออมสินออกมาระบุว่า อยู่ระหว่างการศึกษาตั้งกองทุนลูกหนี้กลุ่มข้าราชการและลูกหนี้สวัสดิการ

โดย...ธเนศน์ นุ่มมัน

หลังจากที่ธนาคารออมสินออกมาระบุว่า อยู่ระหว่างการศึกษาตั้งกองทุนลูกหนี้กลุ่มข้าราชการและลูกหนี้สวัสดิการ มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยจะตั้งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ แปลงหนี้สินให้เป็นหลักทรัพย์ เพื่อดึงลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวเข้ามาอยู่ในกองทุน

แนวคิดดังกล่าวฟังดูเป็นช่องทางที่จะทำให้ข้าราชการครูมีโอกาสล้างหนี้ แต่มาตรการนี้อาจจะ ยิ่งทำให้ปัญหาหนี้ครูซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายรัฐบาลยิ่งลุกลามบานปลายขึ้นไปอีก

วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) แสดงความคิดเห็นว่า การเปิดโอกาสให้ครูกู้เพิ่มเพื่อนำเงินมาแก้ปัญหาหนี้สิน อาจจะยิ่งกลายเป็นการเพิ่มภาระเดิมที่มีอยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้น หากยังไม่มีความชัดเจน ในแนวทางแก้ปัญหาทั้งระบบในระยะยาว ก็จะเป็นเช่นเดียวกับโครงการที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาต่างพยายาม ผลักดันเพื่อแก้ปัญหานี้ ซึ่งสุดท้ายก็ล้มเหลวแทบ ทั้งสิ้น

อดีต รมช.ศธ. รายนี้ ระบุว่า การแก้ปัญหาดังกล่าว ควรคำนึงถึงการดำเนินการที่สร้างสรรค์ในระยะยาว เช่น หามาตรการที่ส่งเสริมให้ครูมีอาชีพ ที่สอง เพื่อเปิดโอกาสให้ครูมีรายได้เพิ่มขึ้น ให้ คำปรึกษาเรื่องการจัดการหนี้ นั่นเพราะที่ผ่านมาความพยายามในการจัดการปัญหานี้ครูยังน้อยเกินไป ขณะที่ครูจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าปัญหานี้ภาครัฐต้องเข้ามาแก้ เพราะทราบดีว่าจะกระทบโยงไปถึงเรื่องการสอนอย่างเลี่ยงไม่พ้น

"ควรมีการสำรวจจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ให้ได้จำนวนตัวเลขหนี้ที่ชัดเจนว่ามีครูที่เป็นหนี้อยู่เท่าใด รวมถึงลักษณะของหนี้ อายุของหนี้ แหล่งของหนี้ ยอดรวมทั้งหมดของหนี้ จึงจะสามารถนำมาประเมินหาแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุดเป็นระบบ การสร้างโอกาสในการกู้เพิ่มขึ้นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกจุด ตราบใดที่ยังมีความเข้าใจว่าจะยกระดับคุณภาพชีวิตของครูให้สูงขึ้น โดยใช้วิธีที่กล่าวมาแล้วปัญหาหนี้ครูก็ยากที่จะหมดไป"วรากรณ์ กล่าว

ที่ผ่านมาหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างออกมายอมรับว่า เป็นเรื่องยากที่จะแก้ปัญหานี้ที่ปลายเหตุ

อภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เคยออกมาระบุเช่นกันว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ง่ายๆ เพราะหนี้สินของครู ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่รู้จักประมาณตน มีรายได้น้อยแต่มีภาระผ่อนทั้งบ้าน รถ และคอนโดมิเนียม แต่ละปีพบว่ามีครูที่เป็นหนี้ถึงขั้นถูกฟ้องล้มละลายเกือบ 100 คน

"การแก้ปัญหาหนี้สินครูที่ถาวรจะต้องเริ่มต้นจากตัวครู ตราบใดที่ครูยังไม่มีวินัยในการใช้จ่ายเงิน ตราบนั้นการแก้ปัญหาหนี้สินครู 500 ชาติก็ไม่หมด เพราะครูส่วนใหญ่จะยากจน แต่มีภาระและต้องปฏิบัติตนให้สามารถอยู่ในภาวะที่ใช้หนี้ได้ และมีเป้าหมาย ในชีวิตที่แน่นอน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับครูทุกสังกัด เพียงแต่ครูบางคน มีวินัยในการใช้เงิน สามารถเก็บหอมรอมริบจน ร่ำรวยได้" เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา ศธ. เคยพยายามแก้ปัญหาหนี้ครูมาแล้วสารพัดวิธี ไม่ว่าจะเป็นการหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน มาซื้อหนี้ครูที่เป็นหนี้ เสียเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ให้มีหนี้อยู่ที่เดียว โดย จะลดดอกเบี้ยให้อยู่ที่ประมาณ 5% จากขณะนี้ที่สูงประมาณ 7-8% แนวทางนี้เคยเปิดโอกาสให้เฉพาะกลุ่มครูที่มีหนี้เสียในระดับวิกฤตขั้นรุนแรง เช่น โดนฟ้องเรื่องบัตรเครดิต ถูกอายัดทรัพย์ สกสค. เคยสำรวจว่ามีครูกลุ่มนี้ประมาณ 2 หมื่นคน โดยในจำนวนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่ช่วยเหลือได้จริงๆ

ทั้งนี้ จากการสำรวจเมื่อปี 2550 พบว่าครูเป็นหนี้เฉลี่ยถึงรายละ 8 แสนบาท ผ่านไป 4 ปี ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปทิศทางใด

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน