
เตือนปชป.เลิกระแวงไม่มีวิน-วิน
ถ้อยแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ถ้อยแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับการชี้แจงผ่าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช. อีกครั้งเมื่อวานนี้ว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงนั้น ขอให้มั่นใจ คสช.มีความตั้งใจจริง มิได้มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างที่หลายกลุ่มหลายฝ่ายได้กล่าวอ้าง และขอยืนยันว่าจะไม่เริ่มแก้ไขสิ่งที่ผิด สิ่งที่ไม่ถูกต้องด้วยการที่จะเริ่มทำความผิด ขึ้นใหม่ หรือปล่อยให้มีการทำผิดเสียเอง “ความ คาดหวังจากการที่ คสช.ได้พยายามดำเนินการมาหรือ ที่พยายามดำเนินการอยู่ ยากที่จะใช้คำว่าวิน-วิน น่าจะใช้คำว่าทุกคนได้รับผลประโยชน์ตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ โดยที่เงินงบประมาณของประเทศไม่รั่วไหล” พ.อ.วินธัย กล่าว
รองโฆษก คสช. กล่าวว่า คนไทยหลายคนใจร้อน และรักความยุติธรรม หัวหน้า คสช.เข้าใจ ก็กำลังจะดำเนินการให้อยู่อย่างดีที่สุด เราไม่สามารถแก้ปัญหาที่สะสมมาเป็นสิบๆ ปีได้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่วัน เว้นแต่เรื่องที่ติดขัดนั้นไม่ขัดกฎหมาย ซึ่งเดิมถูกละเว้น ถูก บิดเบือน เราต้องทำให้กฎกติกาเหล่านั้นทำงาน และ ทำให้ทันสมัยขึ้น
“บรรดากลุ่มการเมือง พรรคการเมือง แกนนำ คู่ขัดแย้ง ที่กล่าวถึงในเรื่องเหล่านี้ ขอให้ระมัดระวัง การกล่าวถึง คสช.ในลักษณะที่ไม่ไว้วางใจ ไม่เชื่อมั่น เรากำลังทำงานที่ทุกท่านทำมาหลายสิบปีไม่สำเร็จ ให้เป็นรูปธรรมให้ได้โดยเร็ว ใครที่มีส่วนร่วมในการบริหารราชการในอดีต ถือว่าต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น” พ.อ.วินธัย กล่าว
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.อ.วินธัย ออกมาตอกย้ำอีกครั้งว่า เพื่อบรรยากาศการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นโดยเร็ว คสช.จึงได้ดำเนินการตรวจสอบไอพีแอดเดรส (IP Address) ของผู้สนับสนุน กปปส.ที่ยังมีการแสดงความเห็นทางการเมืองโจมตีฝ่ายตรงข้าม เพื่อทำความเข้าใจ และให้ร่วมสร้างบรรยากาศความปรองดอง ความสมานฉันท์ รวมทั้งกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงแถลงข่าวแสดงความเห็นทางการเมืองอย่างต่อเนื่องนั้น คสช.จะขอความร่วมมือเช่นเดียวกัน
ขณะที่วานนี้ คสช.มีประกาศให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป ประกาศดังกล่าวระบุด้วยว่าให้งดเว้นการเลือกตั้ง สส. การเลือกตั้งและการสรรหา สว.ไว้เป็นการชั่วคราวก่อน ห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วดำเนินการประชุมหรือดำเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง และการดำเนินการเพื่อการจัดตั้งหรือจดทะเบียนพรรคการเมืองให้ระงับไว้เป็นการชั่วคราว ให้ พ.ร.บ.ประชามติ พ.ศ. 2552 มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไป
รวมทั้งบรรดาคำร้อง สำนวน อรรถคดีหรือการใดที่ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.เลือกตั้ง พ.ร.บ.พรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ประชามติ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการของ กกต. นายทะเบียนพรรคการเมือง หรือศาลก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 ให้ กกต. นายทะเบียนพรรคการเมือง และศาลยังคงมีอำนาจดำเนินการพิจารณาและวินิจฉัยต่อไป และให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวข้องกับเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้ง สส.หรือ สว.
ทั้งนี้ วิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีให้เป็นไปตามระเบียบที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากำหนด โดยต้องใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว ในกรณีที่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้า กกต.เห็นควรให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สว.ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาเป็นต้นไป
ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 มิ.ย. ที่ประชุม กกต. จะมีวาระการพิจารณากรณี คสช.ให้คงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และ สว. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติกลับมามีผลบังคับ ใช้ต่อไป เพื่อที่จะหาแนวทางในการปฏิบัติงานว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง โดยจะเริ่มประชุมใน เวลา 10.00 น.







