
ขยายเคอร์ฟิว 2 วัน 5 ทุ่มถึงตี 4
ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ขยาย ประกาศห้ามออกเคหสถานในยามวิกาลหรือเคอร์ฟิว ไปอีก 2 วัน คือ คืนวันที่ 23 พ.ค.24 พ.ค. โดยมีการปรับเวลาเป็นตั้งแต่เวลา 23.0004.00 น.
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า การปรับเวลาดังกล่าวเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ทำธุระในช่วงหัวค่ำ หลังจากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์เป็นช่วงๆ เพื่อดูถึงความเหมาะสมว่าจะยกเลิกหรือขอประกาศต่ออีกกี่วัน ซึ่งการประกาศห้ามออกนอกเคหสถานครั้งนี้รวมถึงในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วย
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ศอฉ.จะย้ายที่ตั้งกองบัญชาการจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ไปอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยจะมีการประชุม ศอฉ. วันละ 2 ครั้ง เวลา 09.00 น. และ 17.00 น. ส่วนจะมีการยุบ ศอฉ. เมื่อใดนั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่จะพิจารณาว่ามีความปลอดภัยหรือยัง แต่ในเวลานี้ยังไม่ได้คุยกัน
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ในที่ประชุม ศอฉ. ยังมีความกังวลกลุ่มปฏิบัติการใต้ดินที่จะสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ แต่ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว เพราะในช่วงที่ผ่านมายังมีการชุมนุม มีทั้งการปฏิบัติการบนดินและใต้ดิน ซึ่งวันนี้มีการวิจารณ์กันตามข้อมูลข่าวสารว่า เหลือขบวนการใต้ดินเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่ประมาท
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประกาศเคอร์ฟิวนั้นเข้าใจว่าอาจจะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจ แต่ขณะนี้ต้องเอาความสงบเรียบร้อยของประชาชนเป็นหลัก เพราะเหตุการณ์ยังใหม่อยู่และการประกาศเคอร์ฟิวช่วยทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานปฏิบัติงานได้ดีขึ้น ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการประเมินอีกครั้งว่ามีผลกระทบต่อประชาชนอย่างไรบ้าง ทั้งนี้เคอร์ฟิวอาจจะยกเลิกได้เร็ว แต่การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะ
อย่างไรก็ตาม ยังตอบไม่ได้ว่าบ้านเมืองจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อใด แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะพยายามทุ่มเทสรรพกำลังแก้ไขให้เต็มที่ เพื่อคืนความเป็นปกติสุขให้ประชาชน โดยจะเดินตามแนวทางปรองดองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อย่างเต็มกำลัง โดยหากปฏิบัติได้ครบถ้วนก็เชื่อว่าทุกคนน่าจะได้รับความพอใจ และมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันได้ ซึ่งทุกอย่างต้องใช้ความพยายาม
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก. ตร.) กล่าวว่า หลังกลุ่มคนเสื้อแดงยุติการชุมนุม ทางการข่าวสันติบาลยังต้องเฝ้าระวังเหตุวินาศกรรม เช่น เพลิงไหม้ หรือกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ก่อเหตุวุ่นวาย รวมทั้งกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสบุกเข้าปล้นร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทำให้ ศอฉ. ยังต้องคงประกาศห้ามออกนอกเคหสถานในช่วงกลางคืน ในพื้นที่ กทม. ไว้ก่อน เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวาย และหากพบผู้ฝ่าฝืนต้องดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 00.24 น. วันที่ 23 พ.ค. คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาลาดพร้าว 71 ถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว ทำให้กระจกหน้าธนาคารแตกเสียหาย 2 บาน อีก 1 บานมีร่องรอยกระสุน ที่เพดานพบหัวกระสุนขนาด .32 และยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด .32 ตกอยู่ที่พื้นหน้าธนาคารหลายปลอก
พล.ต.ต.สมวุฒิ วรรณพิรุณ ผบก.น.4 กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของธนาคาร พบว่าในเวลา 00.24 น. มีรถกระบะ 4 ประตู ขับวนเวียนไปมาอยู่ 2 รอบ หลังจากนั้นกระจกก็แตก ซึ่งได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามรถคันดังกล่าว







