
เล็งเสนอคสช.พิจารณา ต่อลมหายใจวิทยุชุมชน
กสท.เตรียมเสนอ คสช.ประกาศเสียบปลั๊กวิทยุชุมชนกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ
กสท.เตรียมเสนอ คสช.ประกาศเสียบปลั๊กวิทยุชุมชนกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า บอร์ด กสท.เห็นชอบแนวทางการออกอากาศสถานีวิทยุชุมชนที่ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการจาก กสท. ประมาณ 4,700 สถานี และเตรียมเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อออกประกาศให้สถานีวิทยุชุมชนสามารถออกอากาศได้ตามปกติ
สำหรับการอนุญาตให้ออกอากาศได้นั้น ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ กสท.กำหนด คือ 1 นิติบุคคล ต่อ 1 สถานี ต่อ 1 จังหวัด เช่น หากนิติบุคคลใดเป็นเจ้าของหลายสถานีให้เลือกเพียงสถานีเดียว จะเหลือประมาณ 3,000 สถานี จากทั้งหมด 4,700 สถานี ขณะที่สถานีวิทยุชุมชนเถื่อนกว่า 3,000 สถานี จะไม่สามารถกลับมาเข้าสู่กระบวนการออกอากาศได้อีก เนื่องจากพ้นช่วงที่กสทช. ได้เปิดให้ขอใบอนุญาตเพื่อทดลองประกอบกิจการ จึงถือเป็นสถานีเถื่อนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คสช.มีคำสั่งให้ปิดถาวร
ทั้งนี้ กองทัพภาคและสำนักงาน กสทช.เขตรวม 14 เขต จะจัดการประชุมชี้แจงกับผู้ทดลองประกอบกิจการ ให้เข้าใจในการดำเนินงานขั้นตอนต่างๆ อย่างถูกต้อง โดยสถานีวิทยุที่สามารถออกอากาศได้ จะเกิดขึ้นภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับทางกสทช. ก่อน และเป็นสถานีที่จะถูกประกาศชื่อให้ออกอากาศได้ในเว็บไซต์สำนักงาน กสทช. เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น
นอกจากนี้ เครื่องส่งจะต้องผ่านการตรวจสอบ (Lab test) ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการตรวจสอบแล้วกว่า 600 สถานี กำลังส่งต้องไม่เกิน 500 วัตต์ เสาส่งสัญญาณสูงไม่เกิน 60 ม. จากพื้นดิน และ รัศมีการออกอากาศไม่เกิน 20 กม. ซึ่งกระบวนการขออนุญาต ผู้ประกอบการต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง หรือ เป็นผู้รับมอบอำนาจจากกลุ่มคน กรณีวิทยุชุมชนเท่านั้น
พ.อ. นที กล่าวว่า บอร์ดยังได้อนุมัติช่องรายการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกเพิ่มเติมอีก 10 ช่อง และ โครงข่ายอีก 3 ราย ประกอบด้วย ไลฟ์อิน คอร์ปอเรชั่น วีไซน์ และ ทีซี บรอดคาสติ้ง รวมเป็น 360 ช่องและ 14 โครงข่ายที่สามารถ ออกอากาศได้ในขณะนี้
นายนิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มติที่ประชุมเตรียมทำหนังสือยื่นต่อ กสท.ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อขอให้พิจารณาช่องโทรทัศน์ดาวเทียมที่ยังไม่ได้ออกอากาศขณะนี้อีกกว่า 100 ช่อง จากผลระงับการออกอากาศ ตามคำสั่งของคสช. เพื่อขอให้ได้กลับมาออกอากาศตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ผู้ประกอบการยินดีปรับตัวตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช.กำหนด เช่น การปรับลดสัดส่วนการโฆษณาเหลือชั่วโมงละ 6 นาทีจากเดิมที่โฆษณาได้เต็มที่และการปรับจากฟรีทูแอร์มาเป็นประเภทบอกรับสมาชิก ตามเงื่อนไขที่กสทช. กำหนด ซึ่งขณะนี้ภาพรวมช่องทีวีดาวเทียมยอมปรับตัวให้เข้ากับเงื่อนไขแล้ว 90%
ขณะที่ช่องบางสีวนที่เหลือ ไม่สามารถปรับได้เนื่องจาก เป็นกลุ่มช่องบริการสาธารณะ ติดเงื่อนไขกสท. ที่ห้ามแสวงรายได้ ซึ่งหากต้องปรับไปเป็นประเภทบอกรับสมาชิก ก็ต้องขายกล่องดูทีวีได้ ทำให้ยังติดปัญหาและยังไม่มีช่องทางออกอากาศ ในขณะที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย แต่กลับออกอากาศไม่ได้ ทำให้ไม่มีรายได้เพื่อสนับสนุนการประกอบกิจ เป็นต้น







