
ผุด"สาทรโมเดล"แก้รถติด
คมนาคมจับมือโตโยต้า ผุดสาทรโมเดลแก้จราจรกทม. คาด3 เดือน ประกาศมาตรการจำกัดพื้นที่รถยนต์ส่วนบุคคล ระยะยาวเล็งขยายเต็มพื้นที่ทั่วกรุง
คมนาคมจับมือโตโยต้า ผุดสาทรโมเดลแก้จราจรกทม. คาด3 เดือน ประกาศมาตรการจำกัดพื้นที่รถยนต์ส่วนบุคคล ระยะยาวเล็งขยายเต็มพื้นที่ทั่วกรุง
นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ“โครงการ WBCSD SMP2.0 Bangkok” ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร โดยจะมีการนำโมเดลการแก้ปัญหาจราจรด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ของสภาธุกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาใช้ เบื้องต้นได้คัดเลือกถนนสาทรเป็นถนนต้นแบบ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก มีโรงเรียน และมีสถานประกอบกิจการธุรกิจเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้บริษัท โตโยต้า มอร์เตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้รับมอบหมายจากสภาธุรกิจฯให้เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินโครงการในไทย ส่วนสาเหตุที่ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองต้นแบบเนื่องจาก สภาธุรกิจฯ เห็นว่าไทยอยู่ในกลุ่มเมืองที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น
นายธีระพงษ์ กล่าวว่าโมเดลการแก้ปัญหาดังกล่าวจะมุ่งเน้นการปรับพฤติกรรมการเดินทางของคนกรุงเทพให้หันมาการใช้รถสาธารณะมากขึ้น เบื้องต้นอาจจะมีการออกมาตรการจำกัดวัน เวลา และพื้นที่รถยนต์ส่วนตัวขับผ่านเข้าออก แต่จะมีการจัดรถขนส่งสาธารณะหรือชัตเติ้ลบัสเข้ามาให้บริการรับ ส่งผู้โดยสารส่งต่อไปยังระบบสาธารณะรูปแบบอื่นแทน เช่น เดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้า เรือด่วน รถเมล์ ทั้งนี้ เพื่อลดปัญหารถติด รวมไปถึงการจัดหาที่จอรถสาธารณะให้กับระชาชนนำรถยนต์ส่วนตัวไปจอด และการปรับสัญญาไฟแดงให้สอดคล้องเพื่อให้การจราจรคล่องตัว
“หลังจากนี้กระทรวงจะต้องกลับไปจัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อจัดทำรายละเอีดยของแผนปฏิบัติการสาธรโมเดล ว่าจะมีการออกมาตรการดูแลการจรจาอย่างไรบ้างเช่น จะมีการจำกัดการเข้าออกของรถยนต์ส่วนตัว วัน เวลาและพื้นที่ใดบ้าง และจะมีบริการขนส่งสาธารณะอำนวยความสะดวกที่จุดใดบ้าง คาดว่าภายใน3 เดือนจะสามารถสรุปรายละเอียดแผนปฏิบัติที่ชัดเจน และเริ่มดำนินการบังคับใช้ในพื้นที่นำร่องเขตสาทรได้”นายธีระพงศ์กล่าว
นายธีระพงษ์กล่าวต่อว่า ระยะยาวกระทรวงฯจะมีการขยายขอบเขตการแก้ไขปัญหาการจราจรให้คลอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานคร โดยจะจัดทำเป็นแผนแม่บทการคมนาคมอย่างยั่งยืนระยะ10ปี เริ่มตั้งแต่ปี2562-2572 เพื่อนำไปสู่ภาคปฏิบัติคาดว่าจะจัดทำแล้วเสร็จภายในปี 2558 ทั้งนี้เชื่อว่าจะช่วยลดความแออัดของการจราจรในกรุงเทพฯได้เป็นอย่างดี รวมทั้งช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับระบบการขนส่งเพิ่มอีกด้วย







