posttoday
จากใจญาติผู้น้องถึง"จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ"

จากใจญาติผู้น้องถึง"จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ"

04 มิถุนายน 2557

ตระกูลเรืองสุวรรณมีลูกมีหลาน ต้องเดินหน้าต่อไป แต่เราสองคนอีกไม่นานก็ตายแล้ว ขอให้พี่จารุพงศ์ว่าโปรดเห็นใจตระกูลเราบ้าง ...

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มารายงานตัว เมื่อวันที่ 22 พ.ค. แต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง ทั้งยังโพสต์เฟซบุ๊กประกาศชัดว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้ทหารที่ยึดอำนาจรัฐที่ประชาชนเลือกตั้งมา  และจะต่อต้านทุกรูปแบบ

ผลคือโดนถูกสั่งให้อายัดการทำธุรกรรมทางการเงิน ถูกตั้งทีมไล่ล่าจนต้องหนีหายเข้ากลีบเมฆ  

วันนี้ ชื่อของ "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ" จึงถูกจับตามองจากสังคม ในฐานะบุคคลที่ทางการต้องการตัว

โพสต์ทูเดย์ออนไลน์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับ จารุวัชร เรืองสุวรรณ วัย 60 ปี ลูกพี่ลูกน้องของนายจารุพงศ์   

จารุวัชร เปิดเผยว่าขณะนี้ญาติพี่น้องทุกคนกำลังประสบความเดือดร้อนแสนสาหัส จากกรณีข่าวฉาวที่เกิดจากการกระทำของนายจารุพงศ์และบุตรชาย อันทำให้ตระกูลเรืองสุวรรณต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง

ต้นตระกูลเรืองสุวรรณมีบรรพบุรุษเป็นเจ้าผู้ครองนครหลวงพระบางและเจ้านางแห่งนครเชียงใหม่ สืบเชื้อสายเป็นเจ้าเมืองสำคัญในหัวเมืองอีสานหลายหัวเมืองมาอย่างต่อเนื่อง มาจนถึงรุ่นปู่เจริญและย่าเอี่ยม เรืองสุวรรณ ซึ่งได้ให้กำเนิดทายาทที่ถือว่าเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในสังคมไทย จำนวน 6 คน ประกอบด้วยรท.จารุบุตร เรืองสุวรรณ อดีตประธานรัฐสภา (บิดาของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ) จารุมุกด์ (บิดาของจารุวัชร เรืองสุวรรณ) จารุพิฑูรย์ จารุอุดม อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (นายพินิจ จารุสมบัติ) จารุอรรถ และพล.อ.ดร.จารุภัทร เรืองสุวรรณ อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง

โดยคำนำหน้าว่า 'จารุ' มีที่มาจากการที่สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร ได้เจอกับจารุบุตร เรืองสุวรรณ แล้วเห็นว่าเด็กคนนี้หน้าตาน่ารัก อ้วนท้วนสมบูรณ์ เลยให้ชื่อ 'จารุ' แล้วกำชับฝากฝังไว้ว่าหากมีลูกหลานเป็นชายก็ให้จารุนำหน้า เป็นธรรมเนียมที่ชาวตระกูลเรืองสุวรรณยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาจวบจนปัจจุบัน

"ผมอายุอ่อนกว่าพี่จารุพงศ์ 7 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมา สมาชิกในตระกูลเรืองสุวรรณรักใคร่กลมเกลียวกันดี มีธุระจำเป็น ก็แค่ยกหูโทรศัพท์มาบอกข่าว พวกเราก็ไปช่วยเหลือกัน งานบวช งานบุญ งานแต่ง แม้กระทั่งงานรวมญาติที่เราจัดขึ้นบ่อยๆ ทุกคนก็มาสังสรรค์กันตลอด แล้วเวลาเจอกันจะไม่พูดถึงเรื่องการเมืองกันแม้แต่นิดเดียว"

จารุวัชร ยืนยันว่าความขัดแย้งทางการเมืองไม่ได้ทำให้พี่น้องตระกูลเรืองสุวรรณบาดหมางกันแต่อย่างใด เพราะต่างฝ่ายต่างเคารพแนวคิด,จุดยืนและอุดมการณ์ของแต่ละคน เลือกที่จะไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน

ทว่าฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้หมดความอดทน อันเป็นผลให้เกิดความร้าวฉานบานปลายกลายเป็นความแตกแยกของคนในตระกูลเรืองสุวรรณ นั่นคือการที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ซึ่งกำลังดำรงตำแหน่ง 'มท.1'ในขณะนั้น แต่กลับสวมเสื้อแดงไปร่วมเวทีปราศัยกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถาน และเวทีนปช.ลั่นกลองรบที่จ.นครราชสีมา

"มันเลยเถิดไปหน่อยตรงที่ไปออกแอ็คชั่นปราศรัยเรื่องแบ่งแยกดินแดนบนเวทีคนเสื้อแดงที่โคราช แล้วพูดทำนองยุยงว่าคนไทยมีปืน 10 ล้านกระบอก ให้ใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวใครก็ตามที่ดูถูกพลังประชาชน เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เป็นรัฐมนตรี ก็ควรเน้นทำงานด้านการเมือง  ไม่จำเป็นต้องขึ้นเวทีโชว์ออฟให้นายเห็นเลย"

โดยเฉพาะเมื่อไม่นานนี้ข่าวการตรวจค้นบ้านพักส่วนตัวที่จ.แม่ฮ่องสอนของนายจารุวงศ์ เรืองสุวรรณ บุตรชายของจารุพงศ์ พบสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งระเบิด อาวุธปืน รวมถึงไม้เถื่อนท่อนไม้หวงห้าม และสัตว์ป่าคุ้มครองหลายสิบตัว สร้างความอับอายเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อตระกูลเรืองสุวรรณที่เคยได้ชื่อว่า 'ซื่อสัตย์สุจริต'เป็นอย่างยิ่ง  

"ตระกูลเราไม่เคยมีแผล ทำงานโดยซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยคดโกงใคร เคารพกฎหมายบ้านเมืองมาตลอด  มาได้ยินข่าวแล้วก็เสียใจ เสื่อมศรัทธา ไม่รู้จะพูดยังไง มันเกิดความเศร้าใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ชื่อเสียงของตระกูลเสื่อมเสีย

การเมืองย่อมมีขึ้นมีลง วันนี้พรรคเพื่อไทยตกต่ำ วันข้างหน้าอาจรุ่งเรืองขึ้นมาอีกก็ได้ ตำแหน่งมันก็เหมือนหัวโขน ลมเพลมพัด เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่บรรพบุรุษสั่งสมคุณงามความดีมานาน สมควรหรือไม่ที่จะกระทำให้เสื่อมเสีย ทำไมไม่ดูคุณอาจารุภัทร เรืองสุวรรณ อดีตกกต.เป็นตัวอย่าง มีปัญหาปุ๊บ ท่านลาออกเลยเพื่อรักษาวงศ์ตระกูลมาแล้ว นี่ไม่ลาออก เที่ยวปลุกระดม ไม่มารายงานตัวกับทางการ แถมยังกล่าวหาทหารว่าเป็นกบฏอีก อย่าลืมว่าเขาชนะ เขาเป็นนาย คนแพ้นั่นแหละที่เป็นกบฏ"

ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ยังเผยอีกว่าช่วงก่อนรัฐประหาร ไม่พบหน้านายจารุพงศ์เลย เพราะไม่อยากก้าวก่ายหน้าที่การงานของกันและกัน อีกทั้งไม่อยากให้ใครมองว่าต้องการเรียกร้องผลประโยชน์หรือสินบนต่างๆ

"ช่วงเขาเป็นใหญ่เป็นโต คนในขอนแก่นมีแต่วิ่งเข้าหา ผมเองยังมีคนเข้ามาประจบสอพลอ หวังจะให้ผมเป็นบันไดพาไปหาพี่จารุพงศ์ แต่เดี๋ยวนี้คนละเรื่องเลย ญาติพี่น้องไปไหนก็มักเจอถูกถามว่าจารุพงศ์หนีไปไหน เขาไม่กล้าด่าเราตรงๆ แต่จะเยาะเย้ยผ่านสีหน้าแววตา  

โดยเฉพาะในอินเทอร์เน็ต ตามเว็บข่าวต่างๆที่เกี่ยวกับนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ โดนหนักเลย เปิดดูทีไร ช้ำใจเมื่อนั้น คนไม่ได้ด่าแค่จารุพงศ์คนเดียว แต่ด่าตระกูลเรืองสุวรรณว่าเป็นตระกูลโคตรชั่ว ตระกูลทรราช บางคนเห็นชื่อผมในเฟซบุ๊ก ‘นายจารุวัชร เรืองสุวรรณ’ ก็คิดว่าผมเป็นจารุพงศ์ ด่าก่อนเลย ด่าด้วยคำหยาบคายมากๆ เพียงเพราะชื่อคล้าย นามสกุลเดียวกัน ผมต้องมานั่งอธิบายว่าคุณดูชื่อดีๆก่อน โปรดแยกเป็นรายบุคคล อย่าเหมาเข่ง"

การเปิดหน้าชนระหว่างลูกพี่ลูกน้องครั้งนี้ จารุวัชรยืนยันว่าไม่กลัวผิดใจกับจารุพงศ์ เพราะตัวบุคคลไม่นานก็ล้มหายตายจาก แต่ขออย่างเดียวอย่าให้ตระกูลมีปัญหาก็พอ

"ผมพูดได้ว่าทุกคนไม่สบายใจ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ญาติพี่น้องทุกคนก็กังวลใจกันหมด แต่ไม่กล้าชน ไม่กล้าเถียงเหมือนผม ยิ่งรุ่นเด็กๆยิ่งไม่กล้าเลย เพราะกลัวไปผิดใจกับเขา ทุกคนฝากฝังผมให้ช่วยพูดให้หน่อย  

ขอให้พี่จารุพงศ์ว่าโปรดเห็นใจตระกูลเราบ้าง ตระกูลเรืองสุวรรณมีลูกมีหลาน ต้องเดินหน้าต่อไป แต่เราสองคนอีกไม่นานก็ตายแล้ว จะกลับบ้านเก่าวันไหนก็ไม่รู้ ไอ้เรื่องจะมอบตัวหรือไม่มอบตัวนั่นเป็นเรื่องของท่าน ไม่อยากไปก้าวก่าย แต่อยากให้คิดอะไรให้รอบคอบ ทำอะไรคำนึงถึงกฎกติกาบ้านเมือง บรรพบุรุษเราสร้างตระกูลเป็นร้อยปี อย่าให้มาดับในรุ่นของเราเลย ขอกราบล่ะ

ในส่วนตัวผม ผมอยากจะเรียกร้องความเป็นธรรมต่อสังคมว่าช่วยแยกแยะ จะด่าจะว่าตัวบุคคลเป็นเรื่องธรรมดา ไม่โกรธ ด่าผมนายจารุวัชรเป็นหมาก็ได้ แต่อย่าเอาตระกูลเรืองสุวรรณ ไปด่าไปกล่าวหา หรืออย่าด่ารวมแบบเหมาเข่ง หรือไปเหมารวมคนที่เขาไม่เกี่ยวข้องด้วย"

นี่คือความในใจจาก จารุวัชร เรืองสุวรรณ ที่ฝากไปถึงลูกพี่ลูกน้องที่ชื่อ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว