posttoday
คสช.ให้เวลา2สัปดาห์สรุปล้มแท็บเล็ตนักเรียนหรือไม่

คสช.ให้เวลา2สัปดาห์สรุปล้มแท็บเล็ตนักเรียนหรือไม่

03 มิถุนายน 2557

คสช.มอบ ศธ.ตั้งคณะทำงานหาข้อสรุปเดินหน้าแท็บเล็ตนักเรียนหรือไม่ภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมสั่งทบทวนข้อมูลแผ่นดินไหวอีกครั้ง

คสช.มอบ ศธ.ตั้งคณะทำงานหาข้อสรุปเดินหน้าแท็บเล็ตนักเรียนหรือไม่ภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมสั่งทบทวนข้อมูลแผ่นดินไหวอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าประชุมร่วมกับ พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา ซึ่ง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช). และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา ได้มอบให้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยที่ประชุมได้หารือเรื่องการแจกแท็บเล็ตให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน ซึ่งผลการประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะยกเลิกโครงการนี้หรือไม่ ทั้งในส่วนที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2557 และของปีงบประมาณ 2556 ที่ยังเหลือการจัดซื้อในโซน 4

อย่างไรก็ตามได้ขอให้ชะลอการดำเนินโครงการไว้ก่อน โดยได้มอบให้ ศธ. ตั้งคณะทำงานร่วมกับ 10 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษา และหาข้อสรุปเรื่องนี้ว่าจะยกเลิกหรือไม่ โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน และนำผลกลับมาเสนอต่อที่ประชุมอีกครั้ง

“จุดยืนของ คสช.ในเรื่องนี้คือทำอย่างไรให้โครงการนี้เกิดประโยชน์ และคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งเวลานี้ คสช.ยังไม่ฟันธงว่าจะให้ทำต่อ หรือยกเลิก หรือปรับโครงการเป็นอย่างไร ดังนั้น คสช.จึงให้คณะทำงานไปศึกษาว่าโครงการแท็บเล็ตมีผลดีอย่างไร และหากไม่ทำต่อจะมีผลกระทบใด หรือถ้าเปลี่ยนไปทำรูปแบบอื่นสมควรจะเป็นรูปแบบใด ซึ่งในที่ประชุมมีคนเสนอหลากหลายรูปแบบ เช่น เพิ่มงบฯ ในการจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ต เพื่อให้สามารถซื้อเครื่องแท็บเล็ตที่มีคุณภาพดี เช่น ไอแพด โดยไม่ได้ให้ติดตัวแต่ประจำโรงเรียนเวียนกันใช้ ขณะที่แนวคิดเรื่องสมาร์ทคลาสรูมก็มีการพูดในที่ประชุมเช่นกัน”นางสุทธศรี กล่าว

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงงบฯ ช่วยเหลือสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยมอบให้ ศธ.กลับมาจัดทำข้อมูลรายละเอียดใหม่ เนื่องจากข้อมูลตัวเลขยังไม่ตรงกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบางโรงเรียนได้รับความเสียหายเพิ่มหลังเกิดอาฟเตอร์ช็อค ทำให้ต้องเสนอของบฯ เพิ่มเติม เช่น จากเดิมขอซ่อมแซมอาคาร แต่ตอนหลังขอสร้างอาคารใหม่ ส่วนเรื่องงบฯกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ปีการศึกษา 2557 นั้น ได้ขอให้กยศ.ไปดูงบฯของกองทุนว่ามีงบฯเหลือบริหารจัดการกองทุนเท่าไหร่ และต้องขอเพิ่มเท่าไหร่ โดยให้รีบนำเสนอมาเป็นเรื่องเร่งด่วน

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน