
ครึ่งปีที่อึมครึม
เข้าสู่เดือนสุดท้ายของไตรมาส 2 โลกกำลังจะผ่านพ้นครึ่งปีแรกในเวลาไม่ถึง 30 วัน ช่วงครึ่งปีแรกนี้ถือว่ามีความน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับภูมิภาคเอเชียครับ
เข้าสู่เดือนสุดท้ายของไตรมาส 2 โลกกำลังจะผ่านพ้นครึ่งปีแรกในเวลาไม่ถึง 30 วัน ช่วงครึ่งปีแรกนี้ถือว่ามีความน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับภูมิภาคเอเชียครับ
ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ต้องยอมรับกันในประเด็นหนึ่งว่า เรื่องปัญหาเศรษฐกิจในจีนนั้นกำลังกลายเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายกำลังยอมรับและทำใจได้ โดยที่ความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจจีน พี่ใหญ่สุดของเอเชียนั้นแม้ว่าจะได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อย จากความวิตกกังวลในปัญหาหนี้ของภาคเอกชน และหนี้ของภาครัฐบาลท้องถิ่นของจีน แต่หลายคนก็เชื่อว่ารัฐบาลจีนที่กรุงปักกิ่งจะสามารถจัดการปัญหานี้ได้ และควบคุมไม่ให้ลุกลามกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ
แต่ทว่าสิ่งที่กำลังกลายเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลมากที่สุดในขณะนี้สำหรับภูมิภาคเอเชียก็คือความสั่นคลอนที่เกิดขึ้นกับความมั่นคงในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในมณฑลซินเจียงของจีนหลายต่อหลายครั้ง ตลอดจนปัญหาในพื้นที่ข้อพิพาทระหว่างจีนและคู่กรณีรอบด้าน
ดังเช่นเมื่อช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา การปะทะกันระหว่างจีนและเวียดนามในทะเลจีนใต้ จนนำไปสู่การทำลายผลประโยชน์ที่มีภาษาจีนในเวียดนาม น่าจะกลายเป็นจุดหักเหสำคัญของสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคนี้ด้วย
แน่นอนว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในเวียดนามไม่น้อย แต่เหนือสิ่งอื่นใด เหตุการณ์ดังกล่าวยังถือว่าเป็นสถานการณ์ทดสอบถึงข้อพิพาททางชายแดนที่อยู่ในภาวะอึมครึมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า ในที่สุดแล้วความอึมครึมเหล่านั้นสามารถที่จะระเบิดเป็นความรุนแรงได้หรือไม่ ซึ่งก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ
ดังนั้น ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่สถานการณ์น่าจะตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ โดยที่จะยังไม่มีการหาทางออกได้โดยง่ายนัก ไม่ว่าจะเป็นระหว่างจีนและคู่กรณีในอาเซียน หรือระหว่างจีนและญี่ปุ่น เหนือข้อพิพาทหมู่เกาะเตียวหยูครับ
ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยังเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองของประเทศไทยที่กำลังถูกมองว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อ “สมดุล” ทางอำนาจของมหาอำนาจในภูมิภาคเอเชียและอาเซียนอีกด้วย
ดังที่รู้กันในขณะนี้ สถานการณ์การต่อต้านและความไม่พอใจสหรัฐในประเทศไทย กำลังอึมครึมขึ้นอย่างหนัก และมีสัญญาณถึงความต้องการให้ไทยให้น้ำหนักกับจีนมากขึ้นแทนกับสหรัฐ
หวังว่าความไม่พอใจที่ว่านี้จะไม่นำไปสู่ความรุนแรงดังที่เกิดขึ้นกับผลประโยชน์จีนในเวียดนามเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งไม่เป็นเรื่องดีต่อทุกฝ่ายครับ







