posttoday
ทองพัทลุงราคาสูง30เท่ากรมศิลป์ฯ เตรียมรับซื้อคืน

ทองพัทลุงราคาสูง30เท่ากรมศิลป์ฯ เตรียมรับซื้อคืน

02 มิถุนายน 2557

นานเกือบครึ่งเดือนที่ชาวบ้านทุ่งอ้อ ต.เขาชัยสน จ.พัทลุง แห่ขุดทองคำในสวนปาล์มของ วิ ทับแสง หลังมีข่าวพบแผ่นทองคำแพร่สะพัดออกไป

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

นานเกือบครึ่งเดือนที่ชาวบ้านทุ่งอ้อ ต.เขาชัยสน จ.พัทลุง แห่ขุดทองคำในสวนปาล์มของ วิ ทับแสง หลังมีข่าวพบแผ่นทองคำแพร่สะพัดออกไป ยิ่งมีการพูดจาร่ำลือกันหนาหู ผู้คนจากถิ่นอื่นก็ยิ่งแห่เข้ามาขุดค้นกันมากมายล้นหลาม และขุดหากันทั้งวันทั้งคืน

กระทั่งกรมศิลปากรได้เข้าสำรวจ และพบว่าเป็นทองคำที่มีอายุรุ่นเดียวกับทองคำที่หุ้มยอดพระบรมธาตุ จ.นครศรีธรรมราช อายุร่วม 1,500 ปี ถือเป็นโบราณวัตถุสำคัญ เป็นสมบัติของชาติ จึงมีคำสั่งห้ามขุดค้นและวางกำลังตำรวจร่วม 300 นาย ป้องกันพื้นที่

เกือบครึ่งเดือนที่ผ่านมา วิ ในฐานะเจ้าของที่ดิน ยอมรับว่า แผ่นทองคำที่พบมีจำนวนมาก หนักแผ่นละ 210 บาท เมื่อชาวบ้านทราบข่าวก็แห่กันเข้ามาขุดโดยไม่สามารถห้ามปรามได้ คาดว่าน่าจะขุดขายได้เงินรวมๆ กันแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท

ก่อนจะมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.เป็นต้นมา ได้มีชาวบ้านพบกำไลทองคำ มีตราสัญลักษณ์รูปนกยูง ซึ่งมีผู้ติดต่อขอซื้อถึง 2 ล้านบาท แต่ชาวบ้านคนนี้ก็ยังไม่ยอมขาย

ล่าสุด อาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า กรมศิลปากรจะตั้งคณะกรรมการเพื่อรับคืนทองคำดังกล่าว โดยจะพิจารณาสมนาคุณให้กับผู้ครอบครองที่นำทองคำมาส่งคืนให้ทางราชการสูงกว่าราคาทองคำในปัจจุบัน

“ทองคำที่ขุดพบนั้นราคาประเมินค่าไม่ได้ ยิ่งหากมีลวดลายหรือร่องรอยแกะสลักไว้จะมีราคาสูงกว่าราคาทองคำในปัจจุบันถึง 30 เท่า จึงต้องทำความเข้าใจกับผู้ครอบครองให้ตระหนักถึงคุณค่าของวัตถุชิ้นนี้ที่สามารถให้ความรู้ และเป็นเกียรติประวัติกับประเทศชาติ หากนำมาส่งคืนให้ทางราชการ ก็จะสมนาคุณให้สูงกว่าราคาทองคำในปัจจุบันประมาณ 10 เท่า นอกจากจะได้รับเงินสมนาคุณแล้ว กรมศิลปากรจะบันทึกชื่อผู้นำมามอบคืนให้เป็นเกียรติประวัติ ถือว่าได้ทำคุณงามความดีให้กับแผ่นดิน” อาณัติ กล่าว

ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 เปิดเผยว่าผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสิงคโปร์ได้สรุปว่าอักษรในแผ่นทองคำที่พบนั้น เป็นการระบุชื่อ แซ่ และระบุทิศตะวันตกเฉียงใต้ น่าจะเป็นสถานที่ที่จะเอาแผ่นทองคำไปประดิษฐาน ซึ่งเป็นพระบรมธาตุเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช อย่างแน่นอน ดังนั้น ทองคำเหล่านี้จึงมิใช่ทองคำที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแทนเงินตรา

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ขุดค้นทางโบราณในครั้งนี้ จะต้องใช้เวลาหลายวัน ต้องปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องในการรักษาความปลอดภัยสถานที่ขุดค้น และต้องขอโทษประชาชน การที่กรมศิลปากรเข้าพื้นที่ล่าช้าเพราะกำลังเจ้าหน้าที่มีจำนวนน้อยและกำลังปฏิบัติงานอยู่ในหลายพื้นที่

ด้าน พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (บชภ.9) ก็ได้ออกคำสั่งกำชับการดูแลรักษาพื้นที่ทองคำโบราณ พร้อมทั้งประสานและสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อความสงบเรียบร้อย โดยมีตำรวจชุดควบคุมฝูงชนและกำลังทหารประมาณ 250 นาย คอยดูแลพื้นที่ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน กรมศิลปากรได้ระดมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักศิลปากรที่ 13 จ.สงขลา สำนักศิลปากรที่ 14 จ.นครศรีธรรมราช และสำนักศิลปากรที่ 15 จ.ภูเก็ต เพื่อเตรียมความพร้อมขุดค้นทางโบราณคดี โดยจะมีการประสานงานกับทุกฝ่ายในพื้นที่สำหรับการรักษาความปลอดภัยในการเข้าดำเนินงานขุดค้นในครั้งนี้

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน