
ถาวรเตือนคสช.ระวังทุจริต
โคทมแนะดึงทุกฝ่ายร่างรธน.ชั่วคราวสั่งทนายเสื้อแดงเว็บประชาไทรายงานตัว
โคทมแนะดึงทุกฝ่ายร่างรธน.ชั่วคราวสั่งทนายเสื้อแดงเว็บประชาไทรายงานตัว
ถาวรเตือนคณะรักษาความสงบแห่งชาติระวังทุจริตประชาชนพร้อมลุกฮือต่อต้านทันที
นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เปิดเผยว่า ต่อไปนี้ กปปส.จะเป็นหมาเฝ้าบ้านที่คอยสอดส่องดูแล ติดตามการทำงานของ คสช.และรัฐบาลที่ตั้งขึ้นโดยอำนาจของ คสช. รวมถึงการทำงานของสภานิติบัญญัติ หรือสภาปฏิรูปที่ตั้งขึ้นว่าอยู่ในแนวทางที่มวลมหาประชาชน กปปส.เรียกร้องหรือไม่ หรือประชาชน สังคม ประเทศชาติได้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าหากว่าประชาชน สังคมไทยไม่ได้ประโยชน์ การรวมตัวกันเพื่อเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองก็อาจเกิดขึ้นได้
“การส่อทุจริตใดๆ ใน คสช.อย่าให้มีขึ้นโดยเด็ดขาด เพราะถ้ามีขึ้นเมื่อไหร่จะทำให้กระแสสังคมที่ชื่นชมทหารขณะนี้ก็จะขาดศรัทธา คสช.ทันที หาก คสช.ไม่ระมัดระวังมั่นใจว่าสิ่งที่ คสช.กำลังทำจะไม่ประสบผลสำเร็จตามที่อ้างและจะถูกประชาชนออกมาเดินขับไล่แทน” นายถาวร กล่าว
นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติวิธีและพัฒนาสันติวิธีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรดแมปของ คสช.ที่ใช้ระยะเวลาถึง 1 ปีครึ่ง หากช่วงเวลาดังกล่าวมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาด้วยก็ถือว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมพอประมาณ
“แต่ผมกังวลว่ารัฐธรรมนูญจะไม่สามารถเป็นที่เห็นพ้องของคนในสังคมมีตัวอย่างจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่บรรยากาศในการร่างคล้ายคลึงกับปัจจุบันและเกรงว่าอาจจะมีคนจำนวนหนึ่งไม่ยินดีเข้ามามีส่วนร่วมในการร่าง เพราะคนกลุ่มนี้อาจกลัวว่าสังคมมองว่าถูก คสช.ครอบงำ” นายโคทม กล่าว
นายโคทม กล่าวอีกว่า ขณะนี้ คสช.ได้เป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว อยากให้ปรึกษากับฝ่ายต่างๆ ในบ้านเมือง ทั้งกลุ่มมวลชน ฝ่ายการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ว่าควรทำรัฐธรรมนูญชั่วคราวขึ้นมาอย่างไร และหลังจากมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้วให้ดำเนินการปฏิรูปใน 23 เรื่องเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้ง
“คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 34 เดือน แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งโดยตั้งรัฐบาลผสมขึ้นมาให้พรรคที่ได้คะแนนลำดับที่ 1 และ 2 ร่วมเป็นรัฐบาลกับ คสช.และให้พรรคที่ได้คะแนนลำดับที่ 3 เป็นต้นไปเป็นผู้เสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วเข้าสู่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และในระหว่างนี้ก็ให้มีการปฏิรูปเรื่องที่สามารถทำได้ในระยะเวลา 1 ปี จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการปกติ ซึ่งกรอบระยะเวลาที่ตนเสนอนี้ถือว่าใกล้เคียงกับ คสช.” นายโคทม กล่าว
วันเดียวกัน คสช.ออกคำสั่งฉบับที่ 4244/2557 ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 2 มิ.ย. 2557 เวลา 10.00-12.00 น. ดังนี้ นายคารม พลพรกลางทนายคนเสื้อแดง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ พ.ต.อ.นริศ แสวงจิตร นางหน่อย แดงเป้า น.ส.การิน ประจันทร์ นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร นายประภัสร์ จงสงวน นายจักรพันธุ์ ยมจินดา นายบัญญัติ เย็นใจเฉื่อย นายณรงค์ศักดิ์ พลายอร่าม นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)
นายสุธาชัย ยิ้มประเสริญ (อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) นายเก่งกิจ กิติเรียงลาภ (อาจารย์ ม.เชียงใหม่) นายรัชพงศ์ โอชาพงศ์ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย (สื่อมวลชน เว็บไซต์ประชาไท) น.ส.อุลัยรัตน์ ชูด้วง นายอัมรินทร์ โสรัมย์ นายนิพนธ์ ผดุงศิลป์ไพโรจน์ นางปราณี ด่านวัฒนาสุสรณ์ (ภรรยานายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์) นายกิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์น.ส.จิตรา คชเดช (อดีตประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์)์ นายธนพร ศรียากูล (หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย) เป็นต้น
ด้านมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตได้จัดทำผลสำรวจประชาชนหัวข้อ 10 อันดับ การปฏิรูปคนไทยคิดว่าควรปฏิรูปเรื่องอะไรมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 ระบบการเมือง 91.16% เพราะความล้มเหลวทางการเมืองส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศทุกๆ ด้าน ความวุ่นวายของบ้านเมืองในปัจจุบันมาจากความขัดแย้งทางการเมือง อยากเห็นการเมืองไทยเข้มแข็ง พัฒนาให้ดีขึ้น ฯลฯ
อันดับ 2 การศึกษา 89.79% เพราะการศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศการกระจายโอกาสทางการศึกษาไม่ทั่วถึง มีความเหลื่อมล้ำ นโยบายเปลี่ยนแปลงบ่อย การศึกษาไทยอยู่รั้งท้าย ฯลฯ
อันดับ 3 เศรษฐกิจของประเทศ 88.64% เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ข้าวของแพง การค้าการลงทุนหยุดชะงัก ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น เศรษฐกิจตกต่ำไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ฯลฯ







