
ขอเป็นหมาเฝ้าบ้านติดตามงาน คสช.
การเคลื่อนไหวของ “มวลมหาประชาชน” ต้องสะดุดลงกลางคันหลังมีการยึดอำนาจ 22 พ.ค.
โดย...ธนพล บางยี่ขัน, วิษณุ นุ่นทอง
การเคลื่อนไหวของ “มวลมหาประชาชน” ต้องสะดุดลงกลางคันหลังมีการยึดอำนาจ 22 พ.ค. ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการออกมาล้มกระดานของกองทัพรอบนี้ “เข้าทาง” กปปส. ที่กำลังถึงทางตันเมื่อปรับกลยุทธ์ที่งัดมาใช้ในช่วงกว่า 6 เดือนที่ผ่านมายังไม่อาจปิดเกม ไม่อาจเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย นายกฯ คนกลาง เดินหน้าปฏิรูป ล้มล้างระบอบทักษิณ
ถาวร เสนเนียม ซึ่งตัดสินใจทิ้งสถานะความเป็น สส. ออกมาต่อสู้ข้างถนนกับประชาชนในฐานะแกนนำ กปปส. ให้สัมภาษณ์ไม่กี่วันหลังพ้นการควบคุมตัวของทหารว่า ในช่วงนาทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เข้ายึดอำนาจนั้น พี่น้องหลายคนดีใจ หลายคนร้องไห้เสียใจ เพราะประชาชนต้องการชนะด้วยมือของเขาเอง อย่าไปคิดว่าเขาดีใจ เพราะเขาไม่รู้ว่าทหารจะจริงใจเหมือนประชาชนหรือเปล่า นี่คือเรื่องจริง และมีคนยังไม่อยากกลับบ้านอีกเยอะ
เขาบอกว่า ที่ผ่านมาเคยให้สัมภาษณ์มาตลอดว่า ไม่ต้องการรัฐประหาร สิ่งที่ กปปส.เรียกร้องคือให้ทหารมีจุดยืนร่วมกับ กปปส. และต้องการจับมือกันระหว่างคนเสื้อแดงให้มาร่วมกันคิดเพื่อหารือในการปฏิรูปประเทศและเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก หานายกฯ คนกลาง นำรัฐธรรมนูญมาตรา 172 โดยอนุโลมให้ สว.เป็นผู้เลือก เพราะหากเมื่อไรเกิดรัฐประหาร ระบอบทักษิณก็จะใช้อ้างตลอดว่าเขาถูกรังแกจากฝ่ายมั่นคง ฝ่ายทหาร และจะขอโอกาสนี้ให้ประชาชนเห็นใจเขา และเขาจะกลับมาใหม่ด้วยการมีนโยบายประชานิยม
ถาวรเสนอความคิดว่า หลังจากนี้การผลิตนโยบายจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติได้ด้วย และจะต้องมีการอธิบายถึงเงินงบประมาณในช่วงการหาเสียงว่าเงินก้อนนี้มาจากไหน เช่น โครงการรับจำนำข้าว ใช้เงินไปแล้วเท่าไร ไม่ใช่แค่ให้ความหวังประชาชน สมมติพรรคเพื่อไทยบอกว่าให้ราคาเกวียนละ 1.5 หมื่น อีกพรรคบอก 3 หมื่น อีกพรรคบอก 5 หมื่น กกต.จะต้องมีอำนาจตั้งกติกาให้นโยบายหาเสียงกำหนดที่มาของเงิน รวมไปถึงความเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียอะไรบ้าง ปฏิบัติได้หรือไม่ ไม่ใช่หลอกประชาชน และเมื่อได้รับเลือกเข้ามาก็จะสร้างภาระให้กับผู้เสียภาษีคนอื่นๆ
แกนนำ กปปส.ประเมินว่า การขับเคลื่อนยาวนานกว่าครึ่งปีที่ผ่านมา อย่างน้อยแค่ได้เปิดโอกาสให้คนกล้าออกมาแสดงความคิดเห็น การที่คนได้รับรู้ข่าวสารการเมืองนับล้านๆ คนนั่นถือว่าเป็นชัยชนะแล้ว การเคลื่อนไหวของประชาชนทั่วประเทศ ต้องเริ่มต้นที่ติดอาวุธทางความคิด ประชาชนมีความรู้นั่นคือชัยชนะ หรือการสกัดกั้นการออกกฎหมายนิรโทษกรรม แก้รัฐธรรมนูญประเด็นที่มา สว.สำเร็จ ส่วนจะสัมฤทธิผลถึงจุดสุดท้ายหรือไม่ เมื่อถูกสกัดกั้นจาก คสช. จากนี้ก็ต้องคอยติดตามการทำงานของ คสช.อย่างใกล้ชิด
“ภารกิจของ กปปส.ยังไม่จบสิ้น ต่อไปนี้เราจะเป็นหมาเฝ้าบ้าน คอยติดตามการทำงานของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่ตั้งขึ้นโดย คสช. สภานิติบัญญัติ หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือสภาปฏิรูป ว่าอยู่ในแนวที่ กปปส.เรียกร้องหรือไม่ หรือประชาชน ประเทศชาติได้ประโยชน์หรือไม่ หากประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ไม่ได้เป็นไปตามแนวที่เราเรียกร้อง การรวมตัวเพื่อเคลื่อนไหวก็อาจเกิดขึ้นได้ วันนี้พวกเรายังจับมือกันเหนียวแน่นเพื่อติดตามสิ่งที่เราเรียกร้องและเสนอไป”
ถาวร อธิบายว่า หากมีการเคลื่อนไหวจะไม่เป็นการทำความผิดตามกฎอัยการศึก หรือประกาศคำสั่งของ คสช. เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอยู่แล้ว คสช.ไม่ได้ร้องขอให้หยุดคิดทางการเมือง เพียงแต่ประกาศห้ามชุมนุมเกิน 5 คน แต่ห้ามไม่ให้คิดไม่ได้ ห้ามไม่ให้หวังให้ประเทศเดินไปในทางที่ดีได้
กับคำถามถึงท่าทีจุดยืนของ กปปส.ว่าจะเข้าไปร่วมเป็นคณะทำงานในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถาวรยืนยันว่าไม่ควรเข้าไปร่วม เพราะการเข้าย่อมทำให้ดูไม่สง่างาม อย่างไรก็ตาม กปปส.ยังสามารถติดตามเสนอแนะได้ แต่ไม่ควรมีอำนาจ เช่นเดียวกับ นปช. หรือคู่ขัดแย้งฝ่ายอื่นๆ ก็ไม่ควรเข้าไปเช่นเดียวกันเพราะผู้มีส่วนได้เสีย เมื่อเข้าไปจะรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ทั้งนี้ การสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยเป็นเรื่องใหญ่ คสช.ต้องสร้างให้สังคมเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เช่น ให้สำนึกถึงสิทธิเลือกตั้งที่เอาไปขาย 500-800 บาท จะเสียหายมาก หรือกากบาทเลือกตั้งเสร็จแล้ววางเฉยๆ ไม่ติดตามพฤติกรรม สส. ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตย
ถามไกลไปถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป หาก “เพื่อไทย” ยังชนะเลือกตั้งอีก ถาวรตอบทันทีว่า เราต้องไปดูก่อนว่า ถ้าหากสมมติระบอบทักษิณยังเป็นเจ้าของพรรค แสดงว่าเราแพ้ตั้งแต่ต้นยังไม่มีการปฏิรูป แต่มิได้หมายความว่าจะสกัดกั้นไม่ให้คนในตระกูลชินวัตรมาเล่นการเมือง พรรคการเมืองจะต้องถูกตีกรอบให้อยู่ในกรอบของพรรคประชาชน แต่หากถ้ายังเป็นพรรคทักษิณ ก็เข้าสู่ระบบเดิม มีนายทุนเป็นเจ้าของ สส. นั่นแสดงว่าไม่ได้เริ่มต้นปฏิรูป
จากการเริ่มต้นลาออกมาต่อสู้ข้างถนนเต็มตัวจนถึงวันนี้เกือบ 7 เดือน ถาวรมองว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในครรลองที่ดี มีประชาธิปไตย ประชาชนโหยหา คนกล้ามาปฏิรูปประเทศไทย และพร้อมเป็นพร้อมตายเสียสละทุกอย่างเยอะมาก สุเทพ เทือกสุบรรณ พูดบ่อยมาก ไม่คาดคิดคนจะมากมายขนาดนี้ มีคนบริจาคมากกมายขนาดนี้
“มีแต่คนฝากความหวังไว้กับเรา โทรศัพท์มาให้กำลังใจ เจอเราเข้ามากอด หลายคนเอาพระเครื่อง สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาให้ บางคนเขียนคาถามาให้ บางคนทำอาหารมาให้ เอาเสื้อมาให้ เอายามาให้ มาคุ้มครองเรา ในช่วงเดินไปไหน” ถาวร กล่าว







