
ต้องมียุทธศาสตร์
นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะ เข้ามาควบคุมการบริหารประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 เป็นต้นมา มาตรการหนึ่งที่ประชาชนต่างสัมผัสได้ด้วยหู ดูได้ด้วยตา คือ ความพยายามมุ่งมั่นในการสร้างความสงบเรียบร้อยในประเทศให้เกิดขึ้น ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย
ประกาศเคอร์ฟิว คำสั่งปิดทีวีดาวเทียม วิทยุชุมชน และคำสั่งเรียกตัวบุคคลต่างๆ กว่า 250 คน ที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ หรืออาจมีความเสี่ยงในการยุยง ปลุกปั่น จนอาจนำไปสู่ความแตกแยกให้มารายงานตัวต่อ คสช. โดยแกนนำหลายคนในแต่ละกลุ่มถูกกักตัวไว้ในพื้นที่ทหารระยะเวลาหนึ่ง เป็นมาตรการที่เด่นชัดว่า คสช.ต้องการปัดกวาดบ้าน จัดระเบียบประเทศ ให้กลับเข้าสู่โหมดของความสงบเรียบร้อย
ยุทธการเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติ ผ่านกระบวนการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ด้วยการเชิญแกนนำกลุ่มต่างๆ ในทุกสีเสื้อ ทุกพื้นที่มาร่วมประชุม พูดคุยหารือ สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น นับเป็นยุทธวิธีที่สังคมไทยควรสนับสนุน
นี่คือโอกาสทองในการดึงประชาชนในทุกภาคส่วนมาร่วมมือกันสร้างความสามัคคีของคนในชาติให้เกิดขึ้น หลังจากคนในชาติถูกยุยงปลุกปั่นจากนักเลือกตั้งจนเกิดความแตกแยกทางความคิด ทัศนคติในทางการเมืองอย่างรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างหนักในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา
ปฏิบัติการเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทั้งในระดับจังหวัด ตำบล หมู่บ้าน จึงน่าจะเป็นโรดแมปที่ คสช.น่าจะหยิบยกมากำหนดเป็นแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อดึงพลังความร่วมมือของคนในชาติมาฟื้นความน่าอยู่ของสยามเมืองยิ้มให้กลับคืนมา
วิธีการเช่นนี้ แนวทางแบบนี้ นักการเมืองผู้ประกาศก้องว่า รักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไม่มีทางที่จะคิด และไม่มีทางที่จะทำได้
ขณะเดียวกันนั้น คสช.ก็ควรจะใช้ห้วงจังหวะของการจัดระเบียบข้าราชการ ปฏิรูปการทำงานของระบบราชการให้มีประสิทธิภาพ และยึดถือเอาผลประโยชน์ประเทศชาติ ประชาชน มาเป็นตัวตั้ง แทนที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของฝ่ายการเมือง แลกกับความก้าวหน้าในอาชีพราชการ
นอกจากนี้ คสช.ก็น่าจะใช้โอกาสในการเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นของหัวหน้าส่วนราชการมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ระยะสั้น ระยะกลางในการกำหนดแผนพัฒนาประเทศ ก่อนที่จะส่งผ่านให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกำหนดทิศทางต่อไป
คสช.ควรกำหนดยุทธศาสตร์การลงทุน การพัฒนาประเทศที่ชัดเจนแล้วประกาศให้ประชาชนคนไทย นักลงทุนได้เห็นภาพว่า ในระยะเวลาที่ คสช.ทำหน้าที่บริหารประเทศก่อนส่งผ่านไปยังการปกครองแบบมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นจะเป็นอย่างไร
อย่าปล่อยให้ข้าราชการในแต่ละหน่วยงานสอดไส้โครงการลงทุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แบบสะเปะสะปะ และไร้ทิศทางโดยเด็ดขาด







