
ปัดหนุนชาวนาชักดาบแต่ห้ามเจ้าหนี้รุนแรง
ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศมีคำสั่งระงับไม่ให้มีการทวงหนี้ชาวนา หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับเป็นเงินจำนวน 4 หมื่นบาทนั้น พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า คสช.มีความเป็นห่วงภายหลังจากที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้มีการจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวให้กับชาวนาไปแล้วนั้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาชาวนาได้ไปกู้หนี้นอกระบบ เมื่อได้เงินแล้วก็กลัวว่าเจ้าหนี้จะมาทวงเงินโดยวิธีการบังคับ ข่มขู่ ซึ่งคำสั่ง คสช.ดังกล่าวเป็นการป้องปราม โดยจะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองดูแลเรื่องนี้
ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศมีคำสั่งระงับไม่ให้มีการทวงหนี้ชาวนา หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับเป็นเงินจำนวน 4 หมื่นบาทนั้น พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า คสช.มีความเป็นห่วงภายหลังจากที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้มีการจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวให้กับชาวนาไปแล้วนั้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาชาวนาได้ไปกู้หนี้นอกระบบ เมื่อได้เงินแล้วก็กลัวว่าเจ้าหนี้จะมาทวงเงินโดยวิธีการบังคับ ข่มขู่ ซึ่งคำสั่ง คสช.ดังกล่าวเป็นการป้องปราม โดยจะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองดูแลเรื่องนี้
“ชาวนาจะมาอ้างคำสั่ง คสช.แล้วไม่จ่ายหนี้นั้นไม่ได้ ตามกฎหมายเมื่อเป็นหนี้ก็ต้องจ่าย เพียงแต่ว่าขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหนี้จะต้องถูกต้องตามกฎหมาย คือต้องไม่ใช้กำลังประทุษร้าย ข่มขู่ ทำให้เกิดความหวาดกลัว ซึ่งการใช้หนี้ต้องเป็นไปตามความสมัครใจของชาวนาว่าจะสามารถใช้หนี้ได้ในจำนวนเงินเท่าไหร่ เพราะชาวนาจะต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนในการทำการเกษตรต่อไป” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว
รองโฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า ทั้งนี้หนี้นอกระบบเป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย เจ้าหนี้จะต้องไปดำเนินการให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเรื่องสัญญาการกู้หนี้ยืมสิน และอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าชาวนาไม่จ่ายเงินก็ให้เจ้าหนี้ไปฟ้องร้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และหาก คสช.พบว่าเจ้าหนี้รายใดมีการกระทำหรือพฤติกรรมที่ขัดต่อคำสั่งดังกล่าว จะมีการดำเนินคดีกับเจ้าหนี้อย่างเด็ดขาด โดยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในแต่ละพื้นที่เข้าไปสอดส่องดูแล
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้ตั้งคณะทำงานเกี่ยวกับการตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล หรือนิติบุคคล เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของชาติ และให้การดำเนินงานของ คสช.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ ข้อ 1.แต่งตั้งคณะทำงานในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคลหรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม ดังนี้ 1.1 อธิบดีกรมสรรพากร 1.2 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 1.3 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 1.4 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้อ 2.ให้คณะทำงานตามข้อ 1 มีอำนาจแต่งตั้งและมอบหมายเจ้าหน้าที่ ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 28 พ.ค. 2557







