posttoday
คสช.ย้ำ 3 ขั้นตอนขับเคลื่อนประเทศก่อนเลือกตั้ง

คสช.ย้ำ 3 ขั้นตอนขับเคลื่อนประเทศก่อนเลือกตั้ง

29 พฤษภาคม 2557

คสช.ย้ำแผน 3 ขั้นตอนขับเคลื่อนประเทศ ก่อนเลือกตั้ง วอนประชาชนทุกฝ่ายร่วมมือ ยืนยันไม่มีปิดกั้นโซเชียลมีเดีย ดำเนินคดีม็อบต้านรัฐประหารทำลายทรัพย์สินราชการ

คสช.ย้ำแผน 3 ขั้นตอนขับเคลื่อนประเทศ ก่อนเลือกตั้ง วอนประชาชนทุกฝ่ายร่วมมือ ยืนยันไม่มีปิดกั้นโซเชียลมีเดีย ดำเนินคดีม็อบต้านรัฐประหารทำลายทรัพย์สินราชการ


เมื่อวันที่ 29 พ.ค. เวลา 12.20 น. ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ได้มีการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ ไปยังหน่วยงานราชการในส่วนภูมิภาค โดย คสช. ยังคงย้ำมาตรการเดิม ในการขับเคลื่อนงานต่างๆ และได้มีการกำชับขั้นตอนการดำเนินงานของคสช. ออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1.การบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความสงบ 2.การมีธรรมนูญปกครองชั่วคราว การตั้งสภาปฏิรูป และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และ 3.การปูทางไปสู่การเลือกตั้ง เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยยังไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลา แต่ขอให้ประชาชนร่วมกันเพื่อให้ผ่านขั้นตอนที่ 1 ไปสู่ขั้นที่ 2 ต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้มีการกำชับประเด็นการบริหารจัดการงบประมาณหลังจากนี้ ซึ่งต้องมีกลไกให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม โดยการจัดการต้องทั่วถึง รวดเร็ว เร่งด่วน โดยไม่สร้างหนี้ผูกพันและเกิดหนี้สาธารณะเกินกรอบที่กำหนดไว้ ส่วนการร่างกฏหมายและกระบวนการยุติธรรมต้องเร่งปฏิบัติการเพื่อให้แข็มแข็งและให้ทุกภาคส่วนเกิดความเชื่อมั่น

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า คสช.ไม่ได้มีความตั้งใจยับยั้งการใช้โซเชียลมีเดีย โดยความตั้งใจของคสช. มีเพียงการระงับยับยั้งบางเว็บไซต์ที่มีการยุยงปลุกปั่น หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงผิดต่อกติกาที่ได้ประกาศไว้ ไม่ได้ต้องการล่วงล้ำการติดต่อสื่อสารของประชาชน โดย คสช. ได้ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ระมัดระวังอย่าให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก นอกจากนี้ ยืนยันว่า จะไม่มีการตัดระบบเฟซบุ๊ก ไลน์ หรืออินสตาแกรม อย่างแน่นอน

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กรณีที่ยังมีการต่อต้านรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและผิดกฏหมาย โดยมีทั้งการทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ รวมถึงขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามชุมนุมเกินกว่า 5 คน โดยได้มีการรวบรวมข้อมูลผู้ที่กระทำผิดไว้แล้ว หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเคร่งครัดเพื่อตามหาตัวต่อไป พร้อมกับยืนยันว่า การชุมนุมขณะนี้ถือว่าผิดกฎหมาย โดยหากไม่สามารถควบคุมได้ อาจต้องใช้มาตรการขั้นต่อไป เช่น การฉีดน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจุบันการเข้าถึงผู้กระทำความผิดสามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีโทษตามประกาศของ คสช.จึงขอให้ประชาชนอย่าทำผิดกฏหมายไม่ว่าจะด้วยเจตนาใด

"นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ภาพทหารใช้ความรุนแรงต่อประชาชนทางโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องราวในอดีต ซึ่งขณะนี้ไม่ควรนำมาเผยแพร่เพราะ อาจสร้างความสับสบและไปกระทบต่อความรู้สึกของบุคคลบางฝ่ายและขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าว"พ.อ.วินธัยกล่าว

ขณะที่ พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ล่าสุด นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการอิสระ ซึ่งถูกคสช.เรียกเข้ารายงานตัวก่อนหน้านี้ ได้แจ้งมาแล้วว่าไม่สะดวกที่จะเข้ารายงานตัวในช่วงนี้ เนื่องจากติดภารกิจในต่างประเทศ โดยคสช.ได้ให้นายยวีรพัฒน์ทำหนังสือยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแจ้งเหตุผลความจำเป็นต่อไป

ขณะที่คำสั่งคสช.เรียกบุคคลเข้ารายงานตัวเพิ่มเติม ฉบับที่ 30 ซึ่งมีชื่อของ 1.น.ส.อภิรดี สุพรรณ 2.นายประเสริฐ ทองนุ่ม 3.นายสุนทร ลิ้มพิกุล 4.นายประวิทย์ ใจห้าว 5.นายอาน่า วิภูสมิธ  6.นายณรงค์ แก้วพรพงษ์ 7.พ.ต.อ. (พิเศษ) พินิจ ไชยเสนีย์ และ 9.นายอนุศักดิ์ อนุการ ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่เป็นกรรมการสมาคมชาวปักษ์ใต้ และคำสั่งที่ 31 ซึ่งมีชื่อ 1.นายสุวิชา พานิชผล 2.น.ส.สายลม กาบบัวแดง 3.นายโยธิน ศรีจันทร์เทพ 4.นพ .สง่า คุณยศยิ่ง 5.ร.อ.ทองทศ มากสาคร 6.นางมณีรัตน์ โกธันต์ 7.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ 8.นายปิยะบุตร พรหมลักขโณ ส่วนใหญ่เป็นแกนนำนปช.ในต่างจังหวัด

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน