
ต้องทำให้ดีกว่า
เกือบ 1 สัปดาห์ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจการบริหารประเทศ เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมากมาย สถานการณ์ความอึดอัดทางด้านเศรษฐกิจคลี่คลายไปในทางที่ดี
เกือบ 1 สัปดาห์ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจการบริหารประเทศ เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมากมาย สถานการณ์ความอึดอัดทางด้านเศรษฐกิจคลี่คลายไปในทางที่ดี
ปัญหาระยะสั้นที่ทาง คสช.แก้ไขแล้ว คือ การจ่ายหนี้ค่าข้าวให้ชาวนา และเร่งรัดการจัดทำงบประมาณแผ่นดินปี 2558 ล่าสุดนโยบายปรับเปลี่ยนคณะกรรมการและผู้บริหารของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ (รสก.) ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเช่นกัน เนื่องจาก รสก.ทั้งหลายเป็นแหล่งรายได้ เป็นเครื่องมือของรัฐในการให้บริการประชาชน ดังนั้นจึงต้องปรับประสิทธิภาพการทำงานให้ดี แข่งขันได้กับเอกชน
แต่ที่ผ่านมานักการเมืองเข้าไปยุ่มย่ามกับ รสก.ทุกแห่ง เนื่องจากเห็นว่าเป็นแหล่งผลประโยชน์ใหญ่ หากโยงสายสัมพันธ์ระหว่างกรรมการของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง แทบจะไม่มีหน่วยงานใดเลยที่ไม่มีคนจากฝั่งการเมืองส่งเข้ามา และไม่ได้เข้ามาช่วยทำให้การบริหารงานใน รสก.แต่ละแห่งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
เรื่องการตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจนั้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เคยเสนอหลักการเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ว่า กรรมการจะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่สามารถทำประโยชน์ให้กับ รสก.นั้น และต้องพยายามคัดเลือกคนที่เหมาะสมจริงๆ เพื่อป้องกันการเข้าไปทุจริตเอื้อประโยชน์ของพวกตนเอง แต่ในความเป็นจริงสวนทางกับข้อเสนอของ ป.ป.ช.อย่างสิ้นเชิง
โดยข้อเท็จจริงการจะเปลี่ยนบอร์ด รสก.แทบไม่ต้องแก้ไขประเด็นด้านกฎหมายเลย เพียงองค์กรและ สคร.ยึดหลักการธรรมาภิบาลที่มีอยู่แล้ว เช่น ตั้งคนที่มีความรู้ความสามารถที่แท้จริง ต้องไม่ตั้งคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้าไปเป็นกรรมการ ก็จะไม่มีปัญหา
เมื่อ คสช.จะจัดระบบระเบียบในเรื่องนี้ใหม่ จึงได้รับเสียงสนับสนุนจากภาคประชาชนมากมาย เพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการบริหารไร้ประสิทธิภาพของ รสก. โดยเฉพาะที่เป็นกิจการสาธารณะอย่างรถเมล์ รถไฟ เป็นต้น
แต่เมื่อปลดบอร์ดเก่าแล้วตั้งบอร์ดใหม่ ก็อย่าให้ถูกครหาได้ว่าส่งคนของตัวเองเข้าไปหาประโยชน์ ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างจากเดิม เพียงแต่เปลี่ยนตัวผู้มาแสวงหาผลประโยชน์เท่านั้น
ขณะนี้ คสช.มีแรงกดดันจากความคาดหวังของประชาชน การกระทำทุกอย่างต้องทำให้ดีและโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เช่นนั้นผลกระทบในทางลบจะสะท้อนกลับไปหา คสช.เอง







