
ดันลงทุนจัดการน้ำ10โมดูล
ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายจะนำโครงการบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท มาดำเนินการต่อ อภิชาติ อนุกูลอำไพ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า สุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) เตรียมเสนอรายละเอียดแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย ทั้ง 10 แผนงาน (โมดูล) ให้ คสช.พิจารณาต้นเดือน มิ.ย.นี้
ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายจะนำโครงการบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท มาดำเนินการต่อ อภิชาติ อนุกูลอำไพ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า สุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) เตรียมเสนอรายละเอียดแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย ทั้ง 10 แผนงาน (โมดูล) ให้ คสช.พิจารณาต้นเดือน มิ.ย.นี้
ทั้งนี้ สาเหตุที่เสนอแผนงานเดิมเนื่องจากมีวงเงินกู้ตาม พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และหากจะแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ก็จำเป็นต้องทำทั้ง 10 โมดูล
อภิชาติ กล่าวอีกว่า แผนงานก่อสร้างฟลัดเวย์ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถทำได้ทันทีและจะแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง อีกทั้งยังจะป้องกันน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้ด้วย
“เห็นด้วยกับแนวคิดของหัวหน้าคณะ คสช. ที่จะใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เพราะที่ผ่านมามีน้ำท่วมก็จะมีคณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ปัญหาที และเมื่อน้ำแล้งก็มีคณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ปัญหาที ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น” อภิชาติ ระบุ
สำหรับการรับฟังความคิดเห็นประชาชนตามคำสั่งศาลปกครองกลางนั้น แม้จะมีบางพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้ อาทิ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี แต่ สบอช.ได้แจกแบบสอบถามเพื่อรับฟังความคิดเห็นแล้ว ส่วนจะเป็นไปตามคำวินิจฉัยหรือไม่อยู่ที่การตีความอีกครั้ง
สุวัฒนา จิตตลดากร ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการวิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า กบอ.ไม่ควรนำทั้ง 10 โมดูล มาดำเนินการอีก เพราะบางโครงการไม่พร้อม ยกเว้นบางโครงการที่หน่วยงานราชการทำได้ทันที เช่น ฟลัดเวย์ฝั่งตะวันออกที่จะขุดคูคลองปรับปรุงทางน้ำและซ่อมประตูน้ำ
“ส่วนการสร้างเขื่อนตามโมดูล A1 และการสร้างฟลัดเวย์ฝั่งตะวันตกไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากมีความขัดแย้งในพื้นที่ เวทีแสดงความคิดเห็นที่ทำไปแล้วควรลืมไปเลย หากจะเดินหน้าก็ควรจะจัดเวทีแสดงความคิดเห็นเป็นรายโครงการไป” สุวัฒนา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทาง วสท.จะประชุมเพื่อรวบรวมความคิดเห็นเรื่องการจัดการน้ำเสนอ คสช.ด้วย
ด้าน หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ระบุว่า ภาคเอกชนมีความกังวลในการเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนและฟลัดเวย์ ที่ถูกประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบต่อต้าน เนื่องจากไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาน้ำท่วม
อย่างไรก็ดี หาญณรงค์เสนอให้มีการทบทวนการรวมศูนย์สั่งการและการใช้งบประมาณไว้ที่เดียว เพื่อความโปร่งใสในการทำโครงการและให้มีการปฏิรูปการบริหารจัดการน้ำใหม่ทั้งหมด รวมทั้งต้องติดตามการใช้งบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท และ 5 หมื่นล้านบาท ที่เบิกจ่ายไปก่อนหน้านี้ด้วยว่ามีการทุจริตหรือไม่
ขณะที่ มณฑล ภาณุโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค วอเตอร์ (ประเทศไทย) ผู้ได้รับเลือกให้สร้างฟลัดเวย์ในโมดูล A5 กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอความชัดเจนจาก คสช. หรือรัฐบาลใหม่ว่าจะดำเนินการโครงการนี้ต่อไปอย่างไร ขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงอะไรมาอย่างเป็นทางการ







