
ชาวนารับเงินจำนำข้าวแล้วต้องรีบใช้หนี้สิน
พระนครศรีอยุธยา-เกษตรกรหวั่นเสียเครดิตรับเงินจำนำข้าวรีบนำไปใช้หนี้สิน
พระนครศรีอยุธยา-เกษตรกรหวั่นเสียเครดิตรับเงินจำนำข้าวรีบนำไปใช้หนี้สิน
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.57 นางชุ่ม ธรรมกันมา หนึ่งในเกษตรกร ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังได้รับเงินค่าจำนำข้าวเปลือกจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร( ธกส.) แล้วอันดับแรกต้องนำเงินไปชำระค่าปุ๋ยยาฆ่าแมลงเพราะกลัวว่าเจ้าหนี้จะไม่ให้สินเชื่ออีกในรอบการผลิตนี้
ฤดูกาลที่แล้วทำนากว่า 60 ไร่ ได้เงินจำนวนกว่า 3 แสนบาท นำไปใช้หนี้ค่าปู๋ยค่ายาฆ่าแมลงจำนวนกว่า 50,000 บาท และนำไปจ่ายเงินกู้นอกระบบ 20,000 บาท ที่กู้ยืมมาใช้จ่ายระหว่างรอเงินจำนำข้าวเปลือก ส่วนเงินที่เหลือเป็นค่าจ้างปลูกข้าว ค่าน้ำมัน ค่าเกี่ยวข้าว ค่าไถหว่าน จำนวน 164,000 บาท รวมแล้วต้องชำระหนี้ค้างจ่ายให้หมด 234,000 บาท เงินที่เหลืออีกเกือบ 7 หมื่นบาทจะต้องกันไว้ใช้จ่ายในการทำนารอบใหม่นี้คงไม่ต้องอาจจะต้องทำเรื่องกู้ ธกส.มาเพิ่มเติมอีก เงินรับจำนำข้าวที่ได้มาทั้งหมดยังไม่สามารถนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นๆได้
นายอดิศักดิ์ เขียวบัว เจ้าของร้านพรรษมลการเกษตร อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า รอบทำนาที่ผ่านมามีชาวนาอ.นครหลวง และอ.บางปะหัน กว่า 100 ราย ติดค้างชำระค่าปุ๋ยยาฆ่าแมลงต่างๆ รวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท แต่ก็ทราบดีว่าชาวนาไม่มีมาชำระตามกำหนดเวลา เพราะยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว แต่เมื่อชาวนาได้รับค่าข้าวแล้วจะมีความรับผิดชอบสูง ทั้งหมดมักจะรีบนำมาชำระหนี้สินเพื่อที่จะนำสินค้าชุดใหม่นำไปใช้ในแปลงนาข้าวต่อไป ซึ่งทางร้านจะไม่มีการปรับหรือคิดดอกเบี้ยเพิ่มแต่อย่างใด เพราะเห็นใจชาวนาไม่มีเงินจริงๆ และทุกคนก็เป็นลูกค้าลูกหนี้กันมานาน
นายสุริยะ บุญประเสริฐ เจ้าของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ที่ อ.นครหลวง กล่าวว่า ชาวนาเป็นกลไกลหลักในการจับจ่ายซื้อสินค้าส่งผลทำให้เกิดกระแสเงินแพร่สะพัดในตลาดต่างจังหวัด เพราะมีอำนาจการซื้อสูง แต่ช่วงนี้ยังไม่แพร่สะพัดเท่าที่ควรเพราะส่วนใหญ่นำเงินไปใช้หนีสินกับเจ้าหนี้เมื่อเคลียร์หนี้สินเรียบร้อยแล้วคาดว่าจะมีเงินแพร่สะพัดเหมือนปกติ







