
เปิดสาแหรกคดี สกัดซ่าหัวโจกแดง
8...อิทธิกร เถกิงมหาโชค
แม้สถานการณ์การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเหตุจลาจลเผาเมืองทั่ว กทม. จะสิ้นสุดลงไปแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ฆ่าไม่ตายขายไม่ขาด คือ การดำเนินคดีแกนนำ นปช. ที่กำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว
แนวร่วม นปช. ได้นัดชุมนุมใหญ่ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. เป็นต้นมา โดยตั้งเวทีปราศรัยอยู่ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนินกลาง และชุมนุมยืดเยื้อเพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน จนนำมาสู่เหตุการณ์ปะทะกันวันที่ 10 เม.ย. มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
วันที่ 14 เม.ย. นปช. ได้ย้ายเวทีจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศมารวมตัวที่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญ ทำให้เส้นทางจราจรถูกปิดตาย นำไปสู่ความพยายามยึดคืนพื้นที่หลายหนแต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งนำมาซึ่งเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค. จนเป็นเหตุให้แกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลา 13.35 น. และเดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านความมั่นคง เพื่อยุติความสูญเสียจากเหตุปะทะ
ก่อนหน้านี้แกนนำ นปช. และแนวร่วม 60 คน ถูกออกหมายจับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 11 (1) มีทั้งสิ้น 60 คน ถูกจับกุมไปแล้ว 8 คน คือ กลุ่มการ์ด นปช. ที่ถูกโยงกับการขนอาวุธยิงต่อสู้ทหาร เช่น นายชยุต ใหลเจริญ นางวิกานดา ปักกาลัง นายวายุภักดิ์ โนรี นายภาสกร หรือ สมนึก ศิริรักษ์
รวมทั้ง พ.ต.ท.ศุภชัย ผุยแก้วคำ นายมีชัย สินนาค น.ส.ดวงมณี บุณรัตน์ และนายพิเชษฐ์ หรือ ภูมิกิตติ สุขจินดาทอง คนสนิท พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง หัวหน้าการ์ด นปช. ราชประสงค์ รวมถึงนายเมธี อมรวุฒิกุล อดีตดารานักแสดง แนวร่วม นปช. คนดังก็ถูกจับกุมไปแล้ว
สำหรับแกนนำ นปช. ที่มอบตัวแล้วล้วนระดับตัวเอ้ ไล่ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดร นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายเจ๋ง ดอกจิก และนายนิสิต สินธุไพร ผู้อำนวยการโรงเรียน นปช.
อีกกลุ่มมอบตัววันที่ 20 พ.ค. นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. นพ.เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง โดยเลือกมอบตัวที่กองปราบปราม ทั้งหมดถูกนำตัวไปควบคุมตัวไว้ที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี รอการสอบสวนเพิ่มเติมและนำไปฝากขังต่อศาลอาญาตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ทั้งนี้ ในจำนวนนี้ต้องไม่ลืมว่า มีแกนนำระดับ
“ฮาร์ดคอร์” บางรายติดหมายจับในคดีอาญาอื่นๆ รวมทั้งคดีพิเศษ ซึ่งเป็นอำนาจสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งมอบให้ดีเอสไอไปแล้วจำนวน 84 คดีแกนนำ นปช. 7 คน ที่ต้องพ่วงโดนคดีอาญา กรณีปิดล้อมรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา คือ นายเจ๋ง ดอกจิก นายพายัพ ปั้นเกตุ นางศิริวรรณ นิมิตรศิลป์ ซึ่งถูกจับกุมตัวไปแล้ว พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ นายธนกฤต ชะเอมน้อย หรือ วันชนะ เกิดดี ส่วนนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ยังหลบหนีคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ขณะนี้อยู่ในข่ายถูกดำเนินคดีเช่นกัน
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ทางดีเอสไอเตรียมขออนุมัติออกหมายจับเหล่าแกนนำ นปช. 10 คน เพิ่มอีกกระทงในข้อหาก่อการร้าย ซึ่งปรากฏชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นตัวการด้วย แต่ภายหลังศาลอาญาแจ้งกลับมาว่าให้เพิกถอนหมายจับในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกไปก่อน
ส่วนที่เหลืออีก 9 คน ไม่รอดข้อหานี้ ประกอบด้วย นายอดิศร เพียงเกษ นายวิภูแถลง นายพายัพ นายเจ๋ง ดอกจิก นายวิเชียร ขาวขำ นายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. นายสุขเสก พลซื่อ นายสุรชัย เทวรัตน์ และนายรชต หรือ กบ วงศ์ยอด
สำหรับแกนนำ นปช. ขณะนี้ถูกควบคุมตัวตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สามารถควบคุมตัวได้ 4 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 7 วัน และยังไม่ถือว่าเป็นผู้ต้องหา ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ในฐานะผู้ต้องสงสัย ไม่ได้ใช้เครื่องพันธนาการ และไม่ได้อนุญาตให้ใช้เครื่องมือสื่อสารโดยเด็ดขาด แต่อนุญาตให้มีทนายความร่วมรับฟังการสอบสวน
อย่างไรก็ตาม แกนนำ นปช. ที่ยังหลบหนีคดีอยู่ ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองปราบปราม ได้จัดชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมแล้ว เจอที่ไหนจับที่นั่น พิสูจน์ข้อครหาตำรวจมะเขือเทศ !!!







