
คสช.ก้ชีพศก.
‘รังสรรค์’ชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเน้นเพิ่มบริโภคประจินประเดิมไปกระทรวงการคลังวันนี้
‘รังสรรค์’ชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเน้นเพิ่มบริโภคประจินประเดิมไปกระทรวงการคลังวันนี้
บิ๊กประจิน บุกกระทรวงการคลัง ประเดิมงานแรกหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
วันที่ 26 พ.ค. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศและรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ จะประชุมร่วมกับทีมผู้บริหารกระทรวงการคลังและธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 8 แห่ง เพื่อประเมินภาพรวมเศรษฐกิจ และหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เสียหายไปจากการชุมนุมทางการเมือง
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอต่อ คสช. มีทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน และมาตรการระยะกลาง โดยมาตรการเร่งด่วนต้องดึงความเชื่อมั่นและการบริโภคในประเทศกลับคืนมา หลังจากที่ในไตรมาสแรกเศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 0.6% หากเปรียบเทียบเป็นรายไตรมาสจะติดลบ 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2556
ดังนั้น การเร่งจ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนา 8 หมื่นล้านบาท จะช่วยดึงให้การบริโภคกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว และทำให้เศรษฐกิจเติบโตดีขึ้น
นอกจากนี้ การจัดทำงบประมาณประจำปี 2558 หากเสร็จและนำมาใช้ได้ทันวันที่ 1 ต.ค. 2557 ก็จะช่วยกระตุ้นการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและประชาชนให้กลับคืนมา มีเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง ส่วนจะขาดดุลเท่าไหร่ต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายเพิ่มการปล่อยสินเชื่อใหม่สุทธิของธนาคารเฉพาะกิจปีนี้ จาก 1.29 แสนล้านบาท เป็น 3 แสนล้านบาท
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) กล่าวว่า การขยายตัวเศรษฐกิจปี 2557 ที่เคยคาดว่าจะขยายตัวได้กว่า 4% แต่ตอนนี้คาดว่าจะขยายตัวเหลือไม่ถึง 2% ต่อปี กระทบทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ 46.07% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สูงขึ้นเมื่อถึงสิ้นปีนี้ แต่ก็ยังไม่สูงเกินกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 60% ของจีดีพี
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธาณะจะเพิ่มขึ้นไม่มาก แม้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะลดลงมาก แต่การกู้เงินก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจ่ายการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2557 ล่าช้า และงบประมาณปี 2558 ก็คาดว่าจะพิจารณาไม่ทันทำให้การกู้เงินเพื่อมาลงทุนในช่วงปลายปีนี้มีจำนวนไม่มากสบน.จะทบทวนการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 2557 จำนวน 2.5 แสนล้านบาท ที่ในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณกู้ไปแล้ว 1.5 แสนล้านบาท ไตรมาส 3 อยู่ระหว่างการกู้อีก 6 หมื่นล้านบาท ส่วนไตรมาส 4 ของปีงบประมาณที่ยังเหลือวงเงินอีก 4 หมื่นล้านบาท จะต้องทบทวนว่ามีความจำเป็นต้องกู้ทั้งจำนวนหรือไม่ ซึ่งต้องหารือกรมบัญชีกลางที่ดูแลเงินคงคลังว่ามีมากพอที่จะให้เบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2558 หรือไม่
น.ส.จุฬารัตน์ กล่าวว่า การบริหารหนี้งบประมาณปี 2557 ไม่มีปัญหา โดยเฉพาะหนี้ที่ครบกำหนด หรือหนี้ที่ต้องต่ออายุวงเงิน 3.6 แสนล้านบาท เพราะได้มีการอนุมัติแผนไว้ก่อนการยุบสภา ส่วนงบประมาณปี 2558 คาดว่าจะดำเนินการได้ทันหลังมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศเป็นการชั่วคราว
“ก่อนหน้านี้กลัวว่าจะมีการทำงบปี 2558 ล่าช้า แต่ตอนนี้ไม่น่ามีปัญหาแล้ว ซึ่งจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจและเครดิตของไทย” น.ส.จุฬารัตน์ กล่าว
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า คสช.ขอให้กระทรวงการคลังส่งคนไปช่วยงานใน คสช. และจะมีการตั้งทีมเศรษฐกิจขึ้น โดยนัดหารือทุกวันพฤหัสบดี เหมือนคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ โดยจะเริ่มประชุมนัดแรกวันที่ 29 พ.ค.นี้







