
การเมืองปัจจัยสำคัญป่วน"ท่องเที่ยว"
ปัญหาความไม่สงบทางการเมืองจากกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่ลากยาวมานานนับครึ่งปี ผนวกกับคาดการณ์เหตุรุนแรงที่น่าจะยกระดับเพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ จนทหารต้องเข้ามาแทรกแซงด้วยการประกาศใช้กฎอัยการศึกตั้งแต่เวลา 03.00 น. ของเช้ามืดวันอังคารที่ผ่านมา แม้จะไม่สร้างความตื่นตระหนกแก่ชาวไทยมากนัก แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งนี้สร้างความกังวลแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ จนทำให้นักท่องเที่ยวชะลอหรือยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย
ปัญหาความไม่สงบทางการเมืองจากกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่ลากยาวมานานนับครึ่งปี ผนวกกับคาดการณ์เหตุรุนแรงที่น่าจะยกระดับเพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ จนทหารต้องเข้ามาแทรกแซงด้วยการประกาศใช้กฎอัยการศึกตั้งแต่เวลา 03.00 น. ของเช้ามืดวันอังคารที่ผ่านมา แม้จะไม่สร้างความตื่นตระหนกแก่ชาวไทยมากนัก แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งนี้สร้างความกังวลแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ จนทำให้นักท่องเที่ยวชะลอหรือยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย
ประเด็นเรื่องการท่องเที่ยวนี้ บลูมเบิร์กได้เสนอรายงานกึ่งวิเคราะห์ถึงผลกระทบจากวิกฤตการเมืองไทยต่อการท่องเที่ยวไว้ว่าการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้มหาศาลของไทยซึ่งมีสัดส่วนในผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทย (จีดีพี) สูงถึง 10% แต่ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่กลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิเรื่อยมาจนถึงเหตุประท้วงของกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายและความรุนแรงจากวิกฤตการเมือง ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยไม่สดใสเหมือนเช่นในอดีต
ทั้งนี้ บลูมเบิร์กยังแสดงข้อมูลทางสถิติเพิ่มเติมด้วยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทยในปีนี้ลดลง 5% ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 เช่นเดียวกับจำนวนนักท่องเที่ยวช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ที่ร่วงลงมา 4.9% เมื่อเทียบในช่วงเวลาเดียวกันจากปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การประกาศกฎอัยการศึกของกองทัพไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงเน้นย้ำว่าเป็นเพียงเพื่อรักษาความสงบสุขและความปลอดภัย ไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหาร และยังไม่มีการประกาศใช้เคอร์ฟิวหรือห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาค่ำคืน แต่ก็ทำให้รัฐบาลหลายแห่ง อาทิ สหรัฐ ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ออกคำเตือนแก่พลเมืองของตัวเองทั้งที่อยู่ในประเทศและเมืองไทยให้ระมัดระวังตัวอย่างสูง รวมทั้งหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น และบริเวณพื้นที่ชุมนุมด้วย
อย่างไรก็ตาม บริษัทตัวแทนการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ ระบุว่า เหตุความวุ่นวายทางการเมืองส่งผลให้ความต้องการท่องเที่ยวในไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ในทำนองเดียวกันสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ก็เฝ้าสังเกตการณ์สถานการณ์ทางการเมืองของไทยอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่มีการประกาศลดเที่ยวบิน ขณะที่สายการบินอื่นๆ อาทิ สายการบินไทยและสายการบินคาร์เธ่ย์แปซิฟิค ต่างก็ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบจากการประกาศกฎอัยการศึกแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี มาริโอ ฮาร์ดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) คาดการณ์สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยว่า การท่องเที่ยวไทยเริ่มจะดีขึ้น แต่การประกาศกฎอัยการศึกน่าจะไม่เป็นผลดีต่อสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยและยังกังวลด้วยว่า สถานการณ์อาจจะย่ำแย่ลงเช่นเดียวกับการชุมนุมประท้วงเมื่อหลายเดือนก่อน โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม







