
ลุ้นทั้งโลก
ไม่คิดว่าจะมีเพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่จะรอลุ้นผลการเจรจาของทั้งสองฝ่ายบนเวทีเจรจาการเมืองไทยที่มีท็อปบู๊ตเป็นกรรมการในครั้งนี้ หลังจากที่ในวันแรกของการเจรจายังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งต้องรอกันอีกครั้งในวันนี้ ซึ่งคนทั้งโลกโดยเฉพาะภาคธุรกิจต่างชาติต่างก็ลุ้นกันตัวโก่ง และอยากเห็นไทยผ่านปัญหานี้ไปได้ด้วยเช่นกัน
ไม่คิดว่าจะมีเพียงแต่คนไทยเท่านั้นที่จะรอลุ้นผลการเจรจาของทั้งสองฝ่ายบนเวทีเจรจาการเมืองไทยที่มีท็อปบู๊ตเป็นกรรมการในครั้งนี้ หลังจากที่ในวันแรกของการเจรจายังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งต้องรอกันอีกครั้งในวันนี้ ซึ่งคนทั้งโลกโดยเฉพาะภาคธุรกิจต่างชาติต่างก็ลุ้นกันตัวโก่ง และอยากเห็นไทยผ่านปัญหานี้ไปได้ด้วยเช่นกัน
เห็นได้จากท่าทีของต่างชาติส่วนใหญ่ที่เริ่มจะมีกระแสบวกกับการประกาศกฎอัยการศึก และการออกมามีบทบาทของทหารในครั้งนี้กันบ้างแล้ว เพราะอย่างน้อยก็เห็นว่าการปรากฏตัวของทหารนั้นเป็นการออกมาเพื่อการแก้ไขปัญหาที่การเมืองไทยเผชิญหน้ากับทางตันมานานหลายต่อหลายปี
ภาคธุรกิจต่างชาติในประเทศไทย ต่างบอกว่าการประกาศกฎอัยการศึกในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในประเทศไทยเท่าใดนัก
นอกจากนั้น ท่าทีของหลายประเทศก็เริ่มอ่อนลง อย่างเช่นสหรัฐ ที่ในช่วงแรกจะย้ำแต่ถึงคำว่าประชาธิปไตย และการเลือกตั้ง ล่าสุดเมื่อวานนี้ ท่าทีจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐก็เริ่มเป็นไปในทางบวกมากขึ้น เริ่มเห็นว่าทหารออกมาแก้ปัญหา ไม่ใช่มายึดอำนาจ
แต่เหนืออื่นใด เงื่อนไขสำคัญที่ต่างชาติชูธงเอาไว้ก็คือ ทหารต้องไม่อยู่นาน และจะต้องไม่ทำรัฐประหาร
นั่นคือเงื่อนไขสำคัญ ที่ไม่เพียงแต่กองทัพจะต้องรับฟัง แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในปัญหานี้ก็ต้องรับฟังและต้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงใจด้วย
ตรงนี้แหละครับคือเรื่องยาก และคิดว่าเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดว่าจะทำอย่างไรกับการเจรจาผ่าทางตันในปัญหานี้ให้บรรลุไปได้ท่ามกลางสังคมไทยที่แตกแยกรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะที่กองทัพเองก็มีกำหนดระยะเวลาไม่มากนักกับการออกมาทำหน้าที่เป็นกรรมการห้ามมวยในครั้งนี้
ที่ผ่านมาทั้งสังคมไทยและประชาคมโลกที่เฝ้าติดตามวิกฤตในครั้งนี้ ต่างโยนแรงกดดันไปยังกองทัพแต่ฝ่ายเดียวหลังการประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งในความเป็นจริงถือว่าไม่น่าจะยุติธรรมนักที่จะให้ทหารแบกภาระอยู่แต่ฝ่ายเดียว
ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายผู้ประท้วงเองก็สมควรที่จะต้องรับแรงกดดันนี้ร่วมกันเพราะทั้งสองต่างเป็นผู้ร่วมสร้างปัญหาขึ้นมาด้วยกันทั้งสิ้น
แต่พูดกันตามตรงครับ รู้สึกหวั่นๆ ลึกๆ ว่าการเจรจาของทั้งสองฝ่ายนั้นอาจจะไม่ได้ผลอะไรเลยก็เป็นได้
เพราะปัญหาของการเมืองไทยในขณะนี้ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาที่จำกัดอยู่เฉพาะกับคำว่า “การเมือง” แต่ยังมีองค์ประกอบปัจจัยอื่นที่ผูกมัดเป็นเงื่อนปมเต็มไปหมดที่เกินกว่าจะแก้ได้ในการเจรจาเพียงไม่กี่ครั้งเช่นนี้







