
4 แงค์กรสื่อ-คนทำหนังสือต้าน "อัยการศึก" ลิดรอนเสรีภาพ
ประกาศกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) จำนวน 4 ฉบับ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องโดยตรงกับเสรีภาพและการปฏิบัติหน้าที่ของ “สื่อมวลชน” ไม่ว่าจะเป็นฉบับที่ 67 สั่งปิดโทรทัศน์ดาวเทียมรวม 14 สถานี ฉบับที่ 8 ควบคุมสื่อออนไลน์ ฉบับที่ 9 ห้ามสัมภาษณ์บุคคลตามที่กำหนด
ประกาศกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) จำนวน 4 ฉบับ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องโดยตรงกับเสรีภาพและการปฏิบัติหน้าที่ของ “สื่อมวลชน” ไม่ว่าจะเป็นฉบับที่ 67 สั่งปิดโทรทัศน์ดาวเทียมรวม 14 สถานี ฉบับที่ 8 ควบคุมสื่อออนไลน์ ฉบับที่ 9 ห้ามสัมภาษณ์บุคคลตามที่กำหนด
ทำให้ “กองทัพ” ถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ว่า “ลิดรอนสิทธิเสรีภาพเกินพอดี” หรือไม่
1 วัน หลังจากสถานการณ์ฝุ่นตลบ 4 องค์กรสื่อ ประกอบด้วย สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน
เรียกร้องให้ กอ.รส.ทบทวนการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน
แถลงการณ์ที่ออกเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุถึงประกาศของ กอ.รส. ฉบับที่ 69 ซึ่งมีเนื้อหาที่กระทบกับสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ที่รับรอง “เสรีภาพแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณาหรือการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น”
นำมาซึ่งข้อเสนอใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1.ประกาศฉบับที่ 67 เรื่องระงับการออกอากาศ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 วรรค 3 ที่บัญญัติไว้ว่า การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นๆ เพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพจะกระทำมิได้ ซึ่งเป็นบทบัญญัติห้ามฝ่าฝืนโดยเด็ดขาด
ดังนั้น กอ.รส.ควรใช้โอกาสนี้ขอความร่วมมือจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการกำกับดูแลให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุชุมชนต่างๆ ให้เป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด และขอเรียกร้องให้ กอ.รส.พิจารณาอย่างรอบคอบในการใช้อำนาจสั่งปิดสื่อ ซึ่งถือเป็นการลิดรอนเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างรุนแรง
2.ขอเรียกร้องให้ กอ.รส.ยกเลิกคำสั่งที่ 9/2557 เรื่องห้ามเชิญบุคคลให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อประเภทต่างๆ โดยทันที เพราะถือเป็นการจำกัดเสรีภาพของบุคคลและกองบรรณาธิการสื่อต่างๆ ก็มีดุลพินิจที่จะเชิญบุคคลให้แสดงความเห็นหรือสัมภาษณ์ที่ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง
3.การใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก กระทบต่อเสรีภาพการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างกว้างขวาง กอ.รส.ควรประกาศเจตนารมณ์ให้ชัดว่าจะสนับสนุนและไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง รวมทั้งเคารพเสรีภาพของสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชน
4.เรียกร้องผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนว่าต้องใช้วิจารณญาณอย่างสูงเพื่อจะไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด
วันเดียวกัน กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสิ่งพิมพ์ นักเขียน นักแปล และบรรณาธิการ นำโดย เวียงวชิระ บัวสนธ์ สำนักพิมพ์สามัญชน เผยแพร่แถลงการณ์คัดค้านคำสั่งทหารตามประกาศกฎอัยการศึก พร้อมทั้งเปิดเพจ “Anti martial law” รวบรวมรายชื่อผู้ที่เห็นด้วย
แถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับคำสั่งที่ขัดหลักการประชาธิปไตยและมอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้กับทหาร โดยเฉพาะการออกประกาศห้ามแสดงความคิดเห็นในสื่อมวลชน ถือเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนซึ่งรัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้
กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพฯ เรียกร้องใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1.ขอให้ทหารเพิกถอนคำสั่งในส่วนที่เป็นการลิดรอนเสรีภาพของสื่อ และหยุดการใช้ถ้อยคำในประกาศที่เป็นการข่มขู่สื่อมวลชนให้หวาดกลัวการจับกุมคุมขังตามกฎอัยการศึก 2.ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงยังคงมีเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อต่อไปโดยปราศจากความหวาดกลัว และไม่ต้องหวาดเกรงต่อการห้ามจำหน่ายจ่ายแจกสื่อสิ่งพิมพ์และปิดกั้นการออกอากาศของสถานีวิทยุและโทรทัศน์
สอดคล้องกับแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการคุกคามสื่อ ซึ่งมีทั้งสื่อมวลชน นักเขียน นักวิชาการ ร่วมกันลงชื่อสนับสนุน โดยสิ่งที่เรียกร้องได้แก่ 1.ให้ยกเลิกกฎอัยการศึกโดยทันที และถอนทหารกลับกรมกองเพื่อให้ประชาชนได้ดำเนินชีวิตโดยปกติ คืนเสรีภาพทางการพูด คิด เขียน ให้กับประชาชนอย่างไม่มีเงื่อนไข 2.ยกเลิกประกาศฉบับที่ 3, 79 ซึ่งควบคุมสื่อโดยตรง หยุดการคุกคามสื่อมวลชนทุกกลุ่มและทุกแขนงทันที







