
ตั้งทีมคุมเว็บผิดปิดใน1ชม.
กสทช.ไอซีทีกอ.รส.มอนิเตอร์ทุกนาทีทรูสั่งปิดแล้ว6รายส่อแววคุมไลน์ไม่ได้
กสทช.ไอซีทีกอ.รส.มอนิเตอร์ทุกนาทีทรูสั่งปิดแล้ว6รายส่อแววคุมไลน์ไม่ได้
กสทช.ตั้งคณะทำงานร่วม กอ.รส. มอนิเตอร์เว็บไซต์ พบผิดปิดทันทีใน 1 ชั่วโมง ส่อแววคุมไลน์ไม่ได้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อมอนิเตอร์เนื้อหาเว็บไซต์ตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบด้วย กสทช. กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทั้งนี้ หากพบเว็บไซต์ใดมีการเผยแพร่ที่เข้าข่ายความผิดตามประกาศฉบับที่ 8 ของ กอ.รส. คณะทำงานจะประสานผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ให้ปิดเว็บไซต์ดังกล่าว โดยไอเอสพีสามารถดำเนินการได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งในขณะนี้ กสทช.ได้ขอความร่วมมือไปยังไอเอสพีทั้ง 108 ราย ที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว
สำหรับการดำเนินการในส่วนของไอเอสพีนั้น ทางทรู อินเทอร์เน็ต รายงานว่า ได้สั่งปิดเว็บไซต์ไปแล้ว 6 ราย แต่หากเป็นกรณีเว็บไซต์ที่มีที่อยู่ (ไอพีแอดเดรส) ที่ต่างประเทศ ในเบื้องต้นอาจต้องดำเนินการปิดวงจรเชื่อมต่อต่างประเทศ (เกตเวย์) เป็นการชั่วคราว
นายฐากร กล่าวว่า คณะทำงานชุดนี้ตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ตามประกาศฉบับที่ 8 กอ.รส. เรื่องขอความร่วมมือจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์ ระงับการให้บริการในการส่งข้อความเชิงปลุกระดม ยั่วยุ สร้างความรุนแรง ความไม่น่าเชื่อถือ และไม่เคารพกฎหมาย ตลอดจนการต่อต้านการปฏิบัติงานของ กอ.รส. หากยังคงมีการดำเนินการอยู่ กอ.รส.จะระงับการให้บริการโดยทันที รวมทั้งเรียกตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย
ขณะที่การระงับการออกอากาศชั่วคราวของช่องวอยซ์ทีวีนั้น ขึ้นอยู่กับอำนาจของ กอ.รส. และ กสทช. ยืนยันว่าการระงับออกอากาศไม่เกี่ยวข้องกับการยึดใบอนุญาตที่ได้รับจาก กสทช.
พ.ท.สุประดิษฐ์ เปล่งฉวี คณะทำงาน กอ.รส. กล่าวว่า ในเบื้องต้นต้องการให้ทางวอยซ์ทีวีปรับผังรายการที่ออกอากาศอยู่ ไม่ให้เป็นไปในรูปแบบเข้าข้างฝ่ายใด ซึ่งหลังจากทางวอยซ์ทีวีส่งผังรายการใหม่แล้ว จะขอความเห็นจาก กสทช.เพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่าจะออกอากาศอีกครั้งได้เมื่อใด
สำหรับกรณีที่มีการส่งข้อความทางแอพพลิเคชั่นไลน์ กอ.รส.ขอความร่วมมือไปยังค่ายมือถือ ทั้งเอไอเอส ดีแทค และทรู ให้รายงานการใช้ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมทางไลน์นั้น แหล่งข่าวจากผู้ให้บริการมือถือ เปิดเผยว่า ในทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ เพราะผู้ให้บริการมือถือเป็นเพียงช่องทางนำส่งข้อความที่มีการเข้ารหัสไว้ระหว่างผู้ส่งและผู้รับเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หากต้องการเจาะระบบจริงสามารถทำได้ที่บริษัท ไลน์ ซึ่งมีเซิร์ฟเวอร์และให้บริการในต่างประเทศ แต่โดยระเบียบการให้บริการและข้อตกลงแล้ว ไลน์ต้องเก็บข้อมูลของผู้ใช้เป็นความลับ ดังนั้นถึงแม้จะมีจดหมายขอความร่วมมือไปจริง ก็เชื่อว่าไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้แน่นอน
ขณะที่ในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผกก.สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก กสทช. และเจ้าหน้าที่ทหารประมาณ 30 นาย เดินทางไปยังสถานีวิทยุเรดการ์ด เรดิโอ ซึ่งเป็นสถานีวิทยุชุมชนของคนเสื้อแดง ตั้งอยู่ภายในซอยปรียานนท์ ต.คูคต อ.ลำลูกกา ซึ่งออกอากาศตามปกติขัดคำสั่งของ กอ.รส. โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเพื่อเจรจาให้หยุดดำเนินการ ถ้าฝ่าฝืนออกอากาศอีกจะเข้ายึดสถานี
นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า จะเข้าไปดูแลเนื้อหาในการโพสต์การแชร์ข้อความผ่านทางอินเทอร์เน็ตหรือสื่อสังคมออนไลน์ หากพบว่าผู้ที่ปล่อยข้อมูล หรือเว็บไซต์ใดที่ปล่อยเนื้อหาที่กระทบต่อความมั่นคง หรือปลุกระดมมวลชน จะต้องถูกดำเนินคดีและอาจถูกสั่งปิดเว็บไซต์ทันที และจะควบคุมนักวิทยุสมัครเล่นในทุกๆ ความถี่เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น และความถี่ในระบบทวนสัญญาณ







