
คลังแสงเสื้อแดง อานุภาพบึ้มล้างกรุง
“ พลานุภาพการทำลายล้างคาร์บอร์มคันนี้ สามารถทำให้สะพานข้ามคลองขาดสะบั้นทันที และตึกบริเวณรอบๆจะกลายเป็นทะเลเพลิงไปในทันที"
“ พลานุภาพการทำลายล้างคาร์บอร์มคันนี้ สามารถทำให้สะพานข้ามคลองขาดสะบั้นทันที และตึกบริเวณรอบๆจะกลายเป็นทะเลเพลิงไปในทันที"
โดย ทีมข่าวการเมือง
ตลอดทั้งวันนี้ทางทหารได้เข้ามาตรวจค้นภายในพื้นที่วัด ปทุมวนารามอีกครั้งเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อตรวจหาวัตถุระเบิดหรือวัตถุต้องสงสัยที่คาดว่าจะมีกลุ่มผู้ ชุมนุมคนเสื้อแดงลักลอบเข้ามาวางเอาไว้ ปรากฎว่าตลอดวันได้ค้นพบอาวุธสงครามจำนวนมาก
ทั้งนี้ทหารได้มีการค้นรถของกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ได้มีการจอดไว้ภายในวัดจำนวนมาก โดยพบว่าภายในรถยนต์ฮอนด้าซีวิค 3 ประตู ทะเบียน กต.6043 นครปฐม มีสินค้าหลายรายการ เช่น เครื่องประดับประเภทจิวเวอร์ลี่จำนวนหนึ่ง เป็นต้น ซึ่งทางเจ้าของร้านสยามเซ็นเตอร์จิวเวอร์ลี่ได้เข้ามาดูสินค้าพบว่าเป็น สินค้าของทางร้านจริง จึงได้ลงบันทึกและรับของคืนไป
นอกจากนี้ ยังพบอาวุธปืนสั้นแบบไทยประดิษฐ์ที่ซ่อนอยู่บริเวณภายในไส้กรองรถยนต์ด้วย ต่อมาได้เข้าตรวจค้นรถยนต์โตโยต้าวีโก้สีขาวป้ายแดงทะเบียน ก 1246 พิษณุโลกติดสติ๊กเกอร์พรรคเพื่อไทย พบรูปถ่ายชายคนหนึ่งยืนถ่ายรูปพร้อมด้วยอาวุธ และยังพบรอยกระสุนปืนไม่ทราบชนิดโดยรอบบริเวณรถด้วย ต่อมาได้ทำการตรวจค้นวัตถุต้องสงสัยใต้บ่อน้ำหน้าวัดเช่นกัน พบเครื่องกระสุน M60 จำนวน 4 เส้นรวม 400 นัด รวมทั้งกระสุนM16 จำนวนหนึ่ง กระสุนปืนเอชเค และอาก้าที่บรรจุไว้ภายในกระเป๋าสีแดง
ส่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุวัตถุระเบิด 191 ร่วมกับทหารได้เข้าตรวจค้นภายในวัดปทุมอีกรอบ โดยรอบนี้พบระเบิดแสวงเครื่องต่อวงจรครบที่บริเวณใต้พุ่มไม้ประตูทางออกวัด ปทุมฯ นอกจากนั้นยังพบปะทัดยักษ์หลายลูกซุกซ่อนตามกำแพง และในวันพรุ่งนี้ (22พ.ค.) จะตรวจค้นอีกรอบเนื่องจากวัดมีบริเวณกว้างขวางและมีถุงขยะอยู่จำนวนมากซึ่ง คนร้ายอาจจะนำอาวุธไปซุกซ่อนไว้ได้ ซึ่งตลอดทั้งวันที่ผ่านมาสามารถตรวจค้นได้เพียง 60 %เท่านั้น
ด้าน พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด เดินตรวจสอบพื้นที่ย่านประตูน้ำ เมื่อมาถึงหน้าร้านเซเวนอีเลฟเว่น สาขาประตูน้ำ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะ สีน้ำเงิน ทะเบียน นน 7690 กทม. ด้านหลังกระบะพบกล่องกระดาษสีน้ำตาลคว่ำอยู่ เมื่อเปิดออกพบระเบิดซีโฟร์ 1 ก้อน สภาพต่อสายไฟพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงเก็บกู้ ตรวจสอบอีกพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวมีป้ายทะเบียนติดทับกัน 2 ป้าย โดยป้ายทะเบียนด้านในถูกปิดทับ เลขทะเบียน 1ย7690 กทม.
ความน่าสะพรึงกลัวมีมากกว่านั้น! เมื่อตรวจพบรถหกล้อ 2 คัน ที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง ถูกเผาไหม้เกรียมไม่เหลือซากจอดยู่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าชิดลม ขณะที่ก่อนหน้านี้ พ.อ.ทวีศักดิ์ จันทรสินธุ์ ผบ.หน่วยทำลายวัตถุระเบิด จังหวัดปัตตานี เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่าเมื่อเวลา 17.30 น. ทีมงานเก็บกู้วัตถุระเบิดตรวจพบรถหกล้อ เลขทะเบียน 70-3711 นครสวรรค์ จอดขวางถนนบนสะพานชิดลมข้ามคลองแสนแสบ ตรงจุดนั้นใกล้ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาเพชรบุรี ซึ่งรถดังกล่าวจอดอยู่หลังบังเกอร์ยางรถยนต์ของ นปช.และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมดัดแปลงรถคันดัง กล่าวให้เป็นระเบิดสังหารชนิดร้ายแรงนั้นคือ คาร์บอร์ม โดยทางผู้ชุมนุมได้ใช้ระบบต่อชนวนระบบแบบซ้อนไว้ 2 ชั้นโดยเป็นการ วางแผนก่อการอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้เทคนิคการต่อสายชนวนจุดระเบิดใช้วิธีลากสายไฟยาวนับ กิโลเมตร ที่ต่อไว้กับถังดับเพลิงและถังแก๊สที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงรถคันนี้เข้ากับสาย ไฟ โดยทางผู้ก่อการจะสุ่มแอบไปจุดชนวนบริเวณคอสะพานที่มุ่งหน้าไปทางสถานี รถไฟฟ้าชิดลมบริเวณใกล้ที่ชุมนุม พร้อมกับถอดสลักตรงหัวถังแก๊สและถังดับเพลิงไว้โดยให้น้ำหนักรถเป็นตัวกดทับ เป็นตัวจุดชนวนซึ่งวิธีการดังกล่าวทำคล้ายกับระเบิด
“สิ่งสำคัญไปกว่านั้นบริเวณโดยรอบรถคาร์บอร์มคันนี้จะมีขวดแก้ว น้ำดื่มชูกำลังบรรจุดกรดชนิดร้ายแรงอยู่จำนวนมาก ซึ่งในการศึกสงคราม ไม่มีประเทศไหนในโลกแม้จะโหดเหี้ยมป่าเถื่อนขนาดไหนไม่มีใครนำอาวุธชีวภาพ หรือ น้ำกรดมาใช้ทำลายล้างกัน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายและอนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยการทำศึกสงคราม” พ.อ.ทวีศักดิ์
พ.อ.ทวีศักดิ์ กล่าวว่าในการเก็บกู้คาร์บอร์มคันดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้ปืนแรงดันสูงระเบิดฉีดน้ำเพื่อตัดทำลายระบบจุดชนวนจาก นั้นจึงเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง สำหรับพลานุภาพการทำลายล้างคาร์บอร์มคันนี้ สามารถทำให้สะพานข้ามคลองขาดสะบั้นทันที และตึกบริเวณรอบๆจะกลายเป็นทะเลเพลิงไปในทันที
การลงพื้นที่ได้แบ่งเป็น 3-4 ทีม เข้ามาทางเพลินจิต และทางสวนลุมพินี โดยบริเวณเต็นท์ที่สวนลุมพินี พบระเบิดเพลิง สะเก็ดระเบิด ตะปูเรือใบ ลูกแก้ว และฝาครอบกระสุนเอ็ม 79 ขณะที่บริเวณลานจอดรถข้างอาคารมณียาได้พบรถกระบะนิสสัน สีแดง ทะเบียน บบ 133 สระบุรี ซึ่งคาดว่าเป็นรถของการ์ด นปช. เนื่องจากมี เสื้อผ้า และผ้าพันคอ ของ การ์ด นปช. อยู่ด้วย ภายในพบระเบิด เอ็ม 67 สองลูก อุปกรณ์วิทยุสื่อสาร และเอกสารบัตรนปช. พาสปอร์ต และบัตรพนักงานโรงแรม เชอราตัน สยามธานี ของนายประสพโชค วัชรปาน โดยบัตรพนักงานหมดอายุตั้งแต่ พ.ศ. 2535
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ทหารที่เข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ตรวจพบระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 5 ลูก ถูกพบบริเวณอาคารชีวาทัย ชั้น 18 จำนวน 3 ลูก และโรงแรมเซ็นจูรี ปาร์ค ซึ่งอยู่ด้านหน้าโรงแรม และชั้น 7 อีกจุดละ 1 ลูก ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด หรือ EOD เข้าตรวจสอบและตัดวงจรเรียบร้อยแล้ว ก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบต่อไป
ล้อมกรอบ
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ เข้าตรวจค้นภายในบริเวณวัดปทุมวนาราม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าไปพักอาศัย ปรากฏว่าได้พบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด มีรายละเอียด ดังนี้
1.) อาวุธปืน M16 A1 (พานท้าย เขียนว่า บก.252) จำนวน 1 กระบอก
2.) ลูกระเบิด แบบ M 82 – 2 จำนวน 3 ลูก
3.) ลูกระเบิด แบบ M 26 จำนวน 3 ลูก
4.) ลูกระเบิด แบบ M 67 จำนวน 3 ลูก
5.) ลูกระเบิด แบบ K 75 จำนวน 3 ลูก
6.) กระสุนปืน .32 จำนวน 4 นัด
7.) กระสุนปืน M 16 จำนวน 20 นัด
8.) กระสุนปืน 7.56 จำนวน 5 นัด
9.) กระสุนปืน M 60 จำนวน 1 นัด
10.) ลูกกระสุนเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด
11.) ลูกระเบิดแก๊สน้ำตา CS จำนวน 2 ลูก
12.) ลูกระเบิดปิงปองแสวงเครื่อง จำนวน 50 ลูก
13.) หนังสติ๊ก จำนวน 32 อัน
14.) ระเบิดเพลิง (ขวดใส่น้ำมัน) จำนวน 10 ขวด
15.) ระเบิดดินดำแสวงเครื่อง จำนวน 7 ลูก
16.) ประทัดยักษ์แสวงเครื่อง (พันด้วยตะปู)จำนวน 4 ลูก
17.) ประทัดยักษ์ จำนวน 50 ลูก
18.) ดอกไม้เพลิง จำนวน 27 ก้าน
19.) ลูกแก้ว จำนวน 200 ลูก
20.) วิทยุมือถือ ยี่ห้อ เล็กซัน จำนวน 1 เครื่อง
ต่อมาเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้ทำการตรวจสอบภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่หลบหนีการกระชับวงล้อมของเจ้า หน้าที่ทหาร มาพักอาศัยในบริเวณพื้นที่ต่างๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้เคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนาแต่ละจังหวัดแล้วนั้น จากการตรวจสอบพบสิ่งของต่างๆ ดังนี้
พบจากอาคารโภชนา อาคาร ร.พ.ตำรวจ
1.) ระเบิดแก๊สน้ำตา ชนิดขว้าง C.S จำนวน 2 ลูก
2.) เครื่องกระสุนปืน M 16 จำนวน 49 นัด
3.) เครื่องกระสุนปืน (อาร์ก้า) จำนวน 1 นัด
4.) ซองกระสุน M 16 ขนาดบรรจุ 30 นัด จำนวน 1 ซอง
5.) ลูกระเบิดสังหาร ชนิดขว้าง (MK 2) จำนวน 1 ลูก
พบอยู่ในกระเป๋าเป้สีดำ วางอยู่ในลานจอดรถตึกศรียานนท์
6.) ระเบิดแก๊สน้ำตา ชนิดขว้าง C.S จำนวน 1 ลูก
7.) อาวุธปืนลูกซองยาง ยี่ห้อ เรมินตัน 870 บรรจุ 5 นัด ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก (อยู่ในอาวุธปืนลำดับที่ 7 พร้อมปลอกกระสุน ชนิดเดียวกันอีก 1 ปลอก)
8.) กระเป๋าเป้ สีดำ ภายในบรรจุเสื้อผ้า จำนวน 1 ใบ
9.) รองเท้าผ้าใบสีขาว จำนวน 1 ใบ
พบอยู่ในถุงพลาสติก บริเวณสวนหย่อม หน้าตึกห้องพิเศษ อาคารข้าราชการ ร.พ.ตำรวจ
10.) ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท จำนวน 120 ใบ รวมเป็นเงิน 12,000 บาท
11.) ธนบัตรชนิดราคา 50 บาท จำนวน 68 ใบ รวมเป็นเงิน 3,400 บาท
12.) ธนบัตรชนิดราคา 20 บาท จำนวน 15 มัด มัดละ 100 ใบ รวมเป็นเงิน 30,000 บาท
13.) ธนบัตรชนิดราคา 20 บาท จำนวน 75 ใบ รวมเป็นเงิน 1,500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 46,900 บาท
พบอยู่ในอาคารเอนก ประสงค์ วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ
14.) เหล็กแท่ง จำนวน 1 อัน
15.) หนังสติ๊ก จำนวน 16 อัน
16.) ลูกหิน จำนวน 23 ลูก
17.) อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก พร้อมลูกกระสุน เบอร์ 12 จำนวน 4 นัด
18.) ลูกแก้ว จำนวน 1 ถุง
19.) ผ้าแดง จำนวน 1 ห่อ







