
สว.ดับฝันกำนัน ยื้อนายกฯม.7-ตร.คุมเข้มปิดทางทหารเคลื่อน
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างมาก ภายหลัง สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างมาก ภายหลัง สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา แถลงแนวทางการตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยไม่มีความชัดเจนเรื่องระยะเวลาและความเป็นไปได้ในการตั้งนายกรัฐมนตรีมาตรา 7 ตามที่ กปปส.ได้เรียกร้อง
“วุฒิฯ ให้รอต่อไป ผมดีใจมากที่ไม่ต้องไปรัฐสภาอีก จึงไม่ต้องคุยกับประธานวุฒิฯ อีก พี่น้องไม่ต้องน้อยใจ ไม่ต้องโกรธใคร พวกเขามีน้ำยาทำได้เท่านี้” สุเทพ ระบุ
นอกจากนี้ สุเทพยังกล่าวในช่วงดึกอีกว่า คำแถลงของวุฒิสภาเกือบทุกอย่างคิดเห็นเหมือน กปปส. แค่คอยติดตามว่าวุฒิสภาจะทำอย่างไรต่อไป
อย่างไรก็ตาม สุเทพได้ขอมติมวลชนว่าจะไม่รอการดำเนินการของวุฒิสภา แต่ กปปส.จะเดินหน้าโดยในวันที่ 17 พ.ค. จะประชุม กปปส.ทุกจังหวัด และเครือข่าย ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 14.00 น. จากนั้นจะส่งสัญญาณการทวงคืนอำนาจปวงชนชาวไทย ทำงานคู่ขนานกับวุฒิสภาว่าใครจะสำเร็จก่อนกัน
สำหรับคำแถลงของสุรชัย ระบุว่า ผลการหารือกับทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่า หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปเช่นนี้จะส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติโดยรวม ทุกฝ่ายจึงจะต้องยับยั้งความเสียหาย ดังนี้
1.ต้องเร่งดำเนินการจัดให้มีการปฏิรูปประเทศในทุกด้านให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะต้องมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มเพื่อดำเนินการดังกล่าว
2.ขอให้รัฐมนตรีผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามมาตรา 181 วรรค 1 และเรียกร้องให้รัฐบาลและพรรคการเมืองให้ความร่วมมือกับวุฒิสภาหาทางออกให้กับประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและลดเงื่อนไขความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น
3.วุฒิสภาจะนำความเห็นและข้อแนะนำจากทุกภาคส่วนมาพิจารณาประชุมตามข้อบังคับของวุฒิสภาเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้ได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระดับสากลและประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทยโดยเร็ว
ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สว.สรรหา อธิบายว่า หากในวันที่ 19 พ.ค. รัฐบาลยอมลาออกจะทำให้ใช้ช่องทางมาตรา 180 ง่ายขึ้น แต่ถ้ารัฐบาลไม่ยอมลาออกอาจจะต้องหักด้วยการใช้มาตรา 7 แทน แต่เป็นห่วงว่าการใช้มาตรา 7 จะทำให้เกิดความรุนแรงตามมา แต่ทั้งหมดนี้ควรชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัฐบาลยังคงสู้ยิบตา โดย นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ได้ปฏิเสธจะเจรจากับวุฒิสภาตามคำเชิญกลุ่ม สว. ทำให้ฝ่ายวุฒิสภาจะนัดเจรจากับรัฐบาลในวันที่ 19 พ.ค.นี้ “การจะตั้งรัฐบาลหรือ ครม.ต้องนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ และการทูลเกล้าฯ ในเรื่องต่างๆ จะต้องทำอย่างถูกต้อง มีกฎหมายรองรับ มิฉะนั้นจะเดินต่อไปไม่ได้ ผมอยู่ที่ภาคเหนือ ผมไม่เคยตอบรับ ทางวุฒิสภาคงต้องการ ให้ผมไปหารือเพื่อใช้อำนาจหน้าที่ของนายกฯ” นิวัฒน์ธำรง กล่าว
นอกจากนี้ ฝ่ายรัฐบาล โดยศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นผู้อำนวยการ ก็ได้ประเมินสถานการณ์ตลอดทั้งวัน และมั่นใจว่าวุฒิสภาไม่มีช่องเสนอชื่อ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตามมาตรา 7 หรือมาตราอื่นๆ ได้
นอกจากนี้ ศอ.รส.ได้ประเมินว่ามีเหตุการณ์เดียวที่จะทำให้รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ นั่นคือเกิดความรุนแรงขึ้นจนยากต่อการควบคุมและนำไปสู่การยึดอำนาจของกองทัพ จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้มงวด กวดขันไม่ให้ม็อบเผชิญหน้ากันเด็ดขาด
รวมทั้งให้สกัดกั้นผู้ลงมือก่อเหตุรุนแรงทุกช่องทาง พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่เร่งจับกุมแกนนำ กปปส.ให้มาก ที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยังมีอำนาจเต็มที่
ขณะที่การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑล จ.นครปฐม จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า แม้วุฒิสภาจะยังไม่ทำตามข้อเสนอของสุเทพ แต่ก็มี ข้อสังเกตในการย้ายที่ทำการทางยุทธวิธีของกองทัพภาคที่ 1 มายัง ร.1 พัน 1 รอ. ซึ่งเป็นสถานที่ศูนย์กลางในการปฏิวัติเสมอมา จึงขอให้ผู้ชุมนุมเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ตลอดวันที่ 17-19 พ.ค.นี้







