
มีชัย แจง ม.7 ไม่ได้ให้อำนาจตั้งนายกฯ
ข้อเรียกร้องให้มีการตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ ตามมาตรา 7 นั้น เมื่อวันที่ 14 พ.ค. มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา ได้ตอบคำถามประเด็นการตั้งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ในเว็บไซต์ www.meechaithailand.com ระบุว่า “มาตรา 7 ไม่ได้ให้อำนาจในการตั้งนายกรัฐมนตรี ที่พูดๆ กันว่านายกตามมาตรา 7 น่าเป็นการพูดตามๆ กันมา เอาโก้เข้าว่า มาตรา 7 เป็นเรื่องที่ใช้ในเวลาที่ไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าไว้โดยตรง ก็ให้ใช้ตามประเพณีการปกครองฯ ส่วนจะนำไปสู่การทำอะไรบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะทำอะไร”
ข้อเรียกร้องให้มีการตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ ตามมาตรา 7 นั้น เมื่อวันที่ 14 พ.ค. มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา ได้ตอบคำถามประเด็นการตั้งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ในเว็บไซต์ www.meechaithailand.com ระบุว่า “มาตรา 7 ไม่ได้ให้อำนาจในการตั้งนายกรัฐมนตรี ที่พูดๆ กันว่านายกตามมาตรา 7 น่าเป็นการพูดตามๆ กันมา เอาโก้เข้าว่า มาตรา 7 เป็นเรื่องที่ใช้ในเวลาที่ไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าไว้โดยตรง ก็ให้ใช้ตามประเพณีการปกครองฯ ส่วนจะนำไปสู่การทำอะไรบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะทำอะไร”
ในขณะที่การประชุมเพื่อหาทางออกให้ประเทศระหว่างวุฒิสภากับองค์กรอิสระนั้น ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ได้เสนอความเห็นว่าประธานวุฒิสภาสามารถนำเสนอบุคคลที่ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ แต่แนวทางนี้จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อได้รับความร่วมมือจากรัฐบาล ดังนั้นประธานวุฒิสภาควรนำเรื่องไปหารือกับ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ เพื่อให้ลาออก แต่หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องที่วุฒิสภาจะตัดสินใจเอง
ธีรภัทร์ ระบุอีกว่า ในอนาคตถ้าได้รัฐบาลใหม่ควรจัดทำการลงประชามติเพื่อสอบถามว่าประชาชนมีความเห็นอย่างไร ระหว่างการเลือกตั้งก่อนการปฏิรูปหรือปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่นั้นไม่สามารถทำอะไรได้ตามอำเภอใจ เพราะมีภารกิจที่ประชาชนมอบให้ผ่านการทำประชามติ
“สถานการณ์ในประเทศไทยเวลานี้เป็นรูปแบบกึ่งรัฐที่ล้มเหลว และมีลักษณะอนาธิปไตย มีมวลชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันว่าจะปฏิรูปก่อนหรือหลังเลือกตั้ง สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดสงครามกลางเมือง วุฒิสภาจึงเป็นสถาบันทางการเมืองที่สามารถเข้ามาแก้ไขและเสนอทางออกของปัญหาได้” ธีรภัทร์ ระบุ
ขณะที่ พงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการประธานศาลฎีกา กล่าวว่า ไม่ได้นำเสนอความเห็นในนามประธานศาลฎีกา เพียงแค่มารับฟังความเห็น เพราะประธานศาลฎีกามีนโยบายชัดเจนว่าศาลจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ศาลฎีกาจะทำหน้าที่เฉพาะการวินิจฉัยเท่านั้น และไม่ทราบว่าประธานศาลฎีกาจะให้ประธานวุฒิสภาเข้าหารือต่อไปหรือไม่







