
เป็นห่วง
ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนแทบจะเป็นนาทีต่อนาทีกันเลยทีเดียว สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองไทยในขณะนี้ โดยไม่เพียงแต่นักวิเคราะห์และสื่อต่างชาติเท่านั้นที่จับตามองไทยเรา บรรดาเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่เรียกกันติดปากว่า อาเซียน นั้น ก็เมียงมองดูเราเช่นกันค่ะ
ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนแทบจะเป็นนาทีต่อนาทีกันเลยทีเดียว สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองไทยในขณะนี้ โดยไม่เพียงแต่นักวิเคราะห์และสื่อต่างชาติเท่านั้นที่จับตามองไทยเรา บรรดาเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่เรียกกันติดปากว่า อาเซียน นั้น ก็เมียงมองดูเราเช่นกันค่ะ
ทั้งนี้ ตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียงกันแบบนี้ มุมมองความเห็นจากหลายประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่ที่เห็นได้ตามสื่อแขนงต่างๆ ในขณะนี้ ออกแนวเป็นห่วงเป็นใยสถานการณ์ในไทยไม่น้อยค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเหลืออีกเพียงปีเศษๆ ก็จะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) กันแล้ว ความปริวิตกห่วงใยก็ยิ่งมีให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
หลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ หรือแม้กระทั่งพม่า ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไทยในขณะนี้ยากที่จะมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้อย่างชัดเจน
แต่แม้จะกังวลมากเพียงใด สิ่งที่เพื่อนบ้านเราสามารถให้ความช่วยเหลือได้มากที่สุดก็คือการเฝ้าคาดหวัง แสดงความห่วงใย และฝากคำเตือนถึงไทยได้เพียงแค่ว่า การปล่อยให้ความขัดแย้งยืดเยื้อต่อไปคงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดสักเท่าไรนัก
เหตุผลเพราะ ในฐานะสมาชิกอาเซียน ไทยนับว่ามีบทบาทอยู่ไม่น้อยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบนเวทีการเมือง เวทีสังคมวัฒนธรรม และเวทีเศรษฐกิจ ซึ่งประการหลังสุดนี้ถือได้ว่าไทยมีความสำคัญมากพอสมควร ทั้งการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ และการเป็นศูนย์กลางความก้าวหน้าในหลายด้าน รวมไปถึงขนาดเศรษฐกิจของไทยที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาค
ดังนั้น ไม่ต้องใช้เวลาพินิจพิเคราะห์มาก ก็พอจะเห็นกันได้รำไรว่าความวุ่นวายในไทยจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของทางเศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคอาเซียนโดยรวมไม่มากก็น้อยแน่นอนค่ะ
ยิ่งเมื่อประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน แห่งอินโดนีเซีย พูดปรารภออกมาตรงๆ ว่า เสถียรภาพของไทยก็คือเสถียรภาพของอาเซียน และปัญหาเศรษฐกิจในไทยจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคแห่งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เช่นกัน ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ในไทยน่าเป็นห่วงในสายตาของเพื่อนบ้านมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ
ทั้งนี้ มองในมุมหนึ่ง ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีและอบอุ่นจริงๆ ค่ะ ที่มีหลายฝ่ายห่วงใยความเป็นไปของการบ้านการเมืองเรา แต่มองอีกมุมหนึ่ง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความเป็นห่วงชาติบ้านเมืองที่เรามีให้แก่กันเองนั้นจะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ทางออกที่ถูกต้องสมควรได้มากน้อยแค่ไหนค่ะ







