
นายธนาคารคนซื่อชื่เอ็นนู (จบ)
คุณเอ็นนูทำงานเพียง 4 ปี ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาจังหวัดเลย ด้วยวัยเพียง 27 ปี นับเป็นผู้จัดการที่หนุ่มที่สุด หนุ่มขนาดผู้ใหญ่ในธนาคารไม่เห็นด้วยที่จะให้ได้รับแต่งตั้ง แต่ผู้จัดการใหญ่ขณะนั้น คือ คุณจำลอง โต๊ะทอง ยืนยันให้แต่งตั้ง แต่หลังไปรับตำแหน่งไม่นาน ก็โดน “บัตรสนเท่ห์” ว่าเอาแต่กินเหล้า เล่นการพนัน ไม่ยอมทำงาน จนถูกคุณจำลองเรียกไปต่อว่า เมื่อกลับไปตรวจสอบจึงพบว่ามีพนักงานใช้บ้านพักตั้งวง ก๊งเหล้า เล่นการพนันจริง จึงต้องใช้กุศโลบายหาพนักงานไป “ช่วยพูด” กับ “หัวโจก” ซึ่งไม่ง่ายเลย ต้อง “ขอความร่วมมือ” ถึงคนที่สาม พร้อมยื่นข้อเสนอเลื่อนตำแหน่งให้ จึงได้คนรับอาสาไปเจรจา ขณะเดียวกันก็ใช้วิธีให้มีการเล่นกีฬา พาครอบครัวและเด็กเข้ามาสังสรรค์ด้วยกัน จึงแก้ปัญหาลุล่วงไปได้
คุณเอ็นนูทำงานเพียง 4 ปี ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาจังหวัดเลย ด้วยวัยเพียง 27 ปี นับเป็นผู้จัดการที่หนุ่มที่สุด หนุ่มขนาดผู้ใหญ่ในธนาคารไม่เห็นด้วยที่จะให้ได้รับแต่งตั้ง แต่ผู้จัดการใหญ่ขณะนั้น คือ คุณจำลอง โต๊ะทอง ยืนยันให้แต่งตั้ง แต่หลังไปรับตำแหน่งไม่นาน ก็โดน “บัตรสนเท่ห์” ว่าเอาแต่กินเหล้า เล่นการพนัน ไม่ยอมทำงาน จนถูกคุณจำลองเรียกไปต่อว่า เมื่อกลับไปตรวจสอบจึงพบว่ามีพนักงานใช้บ้านพักตั้งวง ก๊งเหล้า เล่นการพนันจริง จึงต้องใช้กุศโลบายหาพนักงานไป “ช่วยพูด” กับ “หัวโจก” ซึ่งไม่ง่ายเลย ต้อง “ขอความร่วมมือ” ถึงคนที่สาม พร้อมยื่นข้อเสนอเลื่อนตำแหน่งให้ จึงได้คนรับอาสาไปเจรจา ขณะเดียวกันก็ใช้วิธีให้มีการเล่นกีฬา พาครอบครัวและเด็กเข้ามาสังสรรค์ด้วยกัน จึงแก้ปัญหาลุล่วงไปได้
มรสุมยังไม่หมด เพราะผู้จัดการหนุ่ม เงินเดือนน้อย แต่ภาษีสังคมมากตามตำแหน่ง ทำให้เงินเดือนรวมเงินเดือนครูของภรรยาแล้วแทบไม่ชนปลายเดือน ธนาคารมีรถแลนด์โรเวอร์ให้ใช้ 1 คัน เป็นรถส่วนกลาง คุณเอ็นนู “ถือเคร่ง” ใช้เฉพาะในงานของธนาคาร ให้ภรรยาซึ่งท้องแก่เดินทางโดยนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ เรื่องรู้ไปถึงแม่ยาย จึงซื้อรถเก๋งดัทสัน 120 วาย ซึ่งเป็นเก๋งขนาดเล็กมาให้ใช้ พร้อมบอกว่า “ฉันดาวน์ให้แล้ว เธอไปผ่อนเอาเอง” รถได้ให้ความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น แต่ก็มีภาระทั้งค่าน้ำมันและค่างวด ผลสุดท้ายก็ไม่วายต้องขอให้แม่ยายช่วยเป็นระยะๆ เมื่อเดือดร้อนถึงขั้น “ไม่มีจะกินแล้ว”
แม้ต้องเผชิญทั้งศึกนอกศึกใน แต่คุณเอ็นนูก็ไม่ท้อ ยังเดินหน้าแก้ปัญหาและสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ต่อไป จ.เลย สมัยนั้นยังมีสภาพเป็นพื้นที่ “สีแดง” เพราะเป็นช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ไม่นาน มีนักศึกษาประชาชนเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ต่อสู้กับรัฐบาลจำนวนมาก แต่เพราะสามารถ “เข้าถึง” ประชาชน และทำให้ประชาชนเห็นประจักษ์ว่า ธ.ก.ส.เป็นมิตร ผู้มีอุปการคุณของประชาชนอย่างแท้จริง บนศาลาวัดที่คุณเอ็นนูไปพบปะประชาชน ชัดเจนว่ามี “สหาย” บางคนมาร่วมรับฟังและสังเกตการณ์ด้วย หลายครั้งที่มีชาวบ้านมาบอกให้เปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง และปรากฏว่าเส้นทางที่กำหนดไว้เดิมมีเจ้าหน้าที่โดนระเบิด
ธ.ก.ส.สาขาเลยมีปัญหาเรื่องเงินฝาก คุณเอ็นนูพยายามหาลู่ทางเพิ่มเงินฝาก ทางหนึ่งคือขอเงินงบประมาณจากโครงการสร้างงานในชนบทให้มาฝากกับ ธ.ก.ส. จึงต้องไปขอความร่วมมือจากนายอำเภอ และพร้อมให้บริการขนเงินไปให้โดยเร็ว เมื่อทางอำเภอต้องใช้ งานนี้มีความเสี่ยงเพราะต้องขนเงินจำนวนมากผ่านพื้นที่ “อันตราย” นายอำเภอบางคนไม่เชื่อว่า ธ.ก.ส.จะทำได้ตามที่รับปาก แต่คุณเอ็นนูไม่เคยพลาด ทำให้ “ได้ใจ” จากนายอำเภออย่างดี โดยสามารถ “แคล้วคลาด” จากภัยอันตรายต่างๆ มาได้ด้วยดี ขณะที่นายอำเภอภูเรือถูกผู้ก่อการร้ายซุ่มโจมตีจนเสียชีวิต หลังคุณเอ็นนูคล้อยหลังกลับจากนายอำเภอภูเรือเพียง 20 นาที
คุณเอ็นนูไม่จำกัดขอบเขตงานของ ธ.ก.ส.เพียงการระดมเงินฝาก ให้กู้ แล้วตามทวงหนี้เท่านั้น แต่ได้ขยายขอบเขตงานออกไปเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ลูกค้า คือ เกษตรกร ด้วยโครงการต่างๆ มากมาย ขณะที่ต้องทุ่มเททำงานถึงขั้นเสี่ยงชีวิต คือ การต่อสู้กับ “นายทุนหน้าเลือด” ที่ขายสารเคมีกำจัดศัตรูพืชราคาแพงให้แก่เกษตรกร คุณเอ็นนูสืบถามราคาแล้วเห็นว่าเป็นการขูดรีดเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรมากเกินไป ทำให้เกษตรกรนอกจากต้องเสี่ยงชีวิตกับการใช้สารเคมีเหล่านั้นจนเจ็บป่วยล้มตายให้เห็นหลายคนแล้ว ยังต้องสิ้นเนื้อประดาตัวจากสินค้าราคาแพงเกินเหตุ สมทบด้วยดอกเบี้ยอัตราสูงด้วย จึงขอต่อรองให้มีการลดราคาลงมา แต่ไม่สำเร็จ คุณเอ็นนูจึงใช้วิธีนำสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมาขายให้เกษตรกรในราคาทุน
ผลงานอันโดดเด่นที่ จ.เลย ทำให้คุณเอ็นนูก้าวหน้าในหน้าที่การงานค่อนข้างรวดเร็ว ได้ไปเป็นผู้จัดการสาขามหาสารคาม และในที่สุดก็ได้เข้าไปอยู่ในสำนักงานใหญ่ เปลี่ยนหน้าที่เลื่อนตำแหน่งหลายครั้ง ทุกงานทุกหน้าที่ คุณเอ็นนูมีหลักว่าเมื่อได้รับมอบหมายงานใดจะทำให้ลุล่วง และคิดพัฒนาต่อเนื่องเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากที่มอบหมายทั้งสิ้น จนในที่สุดได้เลื่อนถึงตำแหน่งสูงสุด คือ รองผู้จัดการใหญ่ และก็ไป “ตัน” อยู่ในตำแหน่งนั้นนานกว่า 10 ปี เพราะต่อมาธนาคารเปลี่ยนระบบการ “สรรหา” ผู้จัดการใหญ่ คุณเอ็นนูสมัครเข้าแข่งขันและได้รับการสรรหา แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง เพราะมีการร้องเรียนถึง ป.ป.ช. แต่ผลการสอบสวนก็ไม่พบความผิด คุณเอ็นนูจึงจบชีวิตงานใน ธ.ก.ส. เพียง “รักษาการผู้จัดการใหญ่” เท่านั้น
ตลอดชีวิตที่ต้องต่อสู้อยู่ใน ธ.ก.ส. คุณเอ็นนูไม่เคยหยุดนิ่ง สร้างนวัตกรรมในธนาคารจนประสบความสำเร็จน่าชื่นชมอีกหลายชิ้น เช่น โครงการ “เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค” และ “บัตรออมทรัพย์ทวีสิน” เพื่อดึงเกษตรกรจากการเล่นหวยเถื่อนให้มาฝากเงินออมทรัพย์รับโชคแทน ต่อมายังทำโครงการส่งเสริมเกษตรกรทฤษฎีใหม่ และงานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นต้น สิ่งที่คุณเอ็นนูย้ำ คือ หลักการที่ว่า “ความแตกต่างระหว่าง ธ.ก.ส.กับธนาคารพาณิชย์อื่น คือ ธ.ก.ส.ไม่ได้เน้นกำไรเหมือนธนาคารพาณิชย์ แต่เราเน้นเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกร”
คนที่ก่ออิฐสร้างกำแพงวัด ส่วนมากคิดแค่ว่ากำลังก่อสร้างกำแพง บางคนรู้ว่าตนกำลังก่อสร้างกำแพงโบสถ์ แต่บางคนมองทะลุไปว่ากำลังทำนุบำรุงพระศาสนา คุณเอ็นนู คือ บุคคลประเภทที่สาม
ทำอย่างไรจะมีคนอย่างคุณเอ็นนูมากๆ







