
คนไทยไม่เปิดใจเรื่องการเมือง
หลังจากที่บรรยากาศทางการเมืองไทยกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง จนสื่อต่างชาติหลายสำนักพากันตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่จุดจบของความขัดแย้งในครั้งนี้คือสงครามกลางเมืองจากความคิดทางการเมืองที่แตกต่าง
หลังจากที่บรรยากาศทางการเมืองไทยกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง จนสื่อต่างชาติหลายสำนักพากันตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่จุดจบของความขัดแย้งในครั้งนี้คือสงครามกลางเมืองจากความคิดทางการเมืองที่แตกต่าง
ทอม เพลท นักข่าวชาวสหรัฐผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการหนังสือพิมพ์และผู้เขียนหนังสือ คอนเวอร์เซชั่น วิธ ทักษิณ แสดงความคิดเห็นผ่านหนังสือพิมพ์จาร์กาตา โกลบ ของอินโดนีเซีย ว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนขึ้นมาปกครอง คนไทยก็ไม่เคยเปิดใจให้กับรัฐบาลที่ตนไม่ชอบเลย
ทั้งนี้ เพลท เริ่มต้นว่า ไม่มีที่ไหนในโลกแล้วที่ในปัจจุบันสถานการณ์ทางการเมืองจะเลวร้ายไปกว่าประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตยูเครนที่กำลังจะทำให้ยูเครนแตกเป็นเสี่ยงๆ หรือภาวะสงครามกลางเมืองในซีเรียที่ทำให้ผู้คนล้มตายอย่างน่าอนาถ เนื่องจากประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีโศกนาฏกรรมเพื่อทำให้การเมืองเดินหน้าต่อไป
นอกจากนี้ นักข่าวชาวสหรัฐรายนี้ยังระบุต่อไปว่า ยังมีผู้คนอีกมากมายบนโลกที่ต้องจำยอมอยู่ภายใต้เงามืดของรัฐบาลเผด็จการที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งที่ตนไม่ชอบ และหรือแม้จะอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ตนก็ไม่ได้เลือก หรืออาจเป็นพรรคที่ตนเกลียดชังด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครได้ทุกสิ่งที่ตนต้องการ
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าคนไทยหลายคนอยากให้การเมืองเป็นแบบที่ตนต้องการทุกอย่าง และเพื่อให้เป็นไปตามนั้น คนไทยจึงปฏิเสธผู้นำที่ไม่ใช่คนที่ตนต้องการ และเปิดรับเฉพาะผู้นำที่ตนชอบเท่านั้นในการนำประเทศ
พร้อมกันนี้ เพลท ยังได้แสดงความเห็นต่อคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินให้อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรีบางส่วนพ้นตำแหน่งจากกรณีโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี ว่า อาจเป็นการปูทางไปสู่สงครามกลางเมืองก็เป็นได้ ซึ่งสอดรับกับความเห็นของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ระบุว่า คำตัดสินของศาลฯ นั้นไม่มีความเป็นเหตุเป็นผล และมีขึ้นเพื่อบ่อนทำลายอำนาจทางการเมืองของพรรคการเมืองที่เป็นพันธมิตรกับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น
นอกจากนี้ผู้เขียนหนังสือ คอนเวอร์เซชั่น วิธ ทักษิณ ระบุต่อไปว่า อาจมีคนไทยบางส่วนไม่ชอบที่ตนเขียนหนังสือเล่มนี้ ว่า เจ้าตัวถือว่านี่คือหน้าที่ของนักข่าวที่จะต้องค้นหาความจริง
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังหวังอย่างยิ่งว่าคนไทยจะหันมาค้นหาความจริงเช่นกัน และไม่ปล่อยให้สิ่งหลอกลวงบ่อนทำลายประเทศ เพราะ ณ ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งใดที่เลวร้ายไปกว่าภาวะความวุ่นวายทางเมืองในไทยแล้ว
วิกฤตการเมืองในครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรม สำหรับประเทศไทย และได้แต่หวังว่าบางคนหรือบางอย่างในประเทศไทยจะสามารถดึงตนเองกลับมาจากปากขอบเหวได้







