posttoday
ปลัดสธ.ลั่นไม่กลัวหนังสือสอบวินัยร้ายแรง

ปลัดสธ.ลั่นไม่กลัวหนังสือสอบวินัยร้ายแรง

08 พฤษภาคม 2557

"ณรงค์"รับทราบมีหนังสือสอบวินัย แต่ยังไม่เชื่อ "ประดิษฐ" สั่ง ระบุอยากให้ข้าราชการยึดมั่นสิ่งถูกต้องเห็นแก่ประโยชน์ชาติ

"ณรงค์"รับทราบมีหนังสือสอบวินัย แต่ยังไม่เชื่อ "ประดิษฐ" สั่ง ระบุอยากให้ข้าราชการยึดมั่นสิ่งถูกต้องเห็นแก่ประโยชน์ชาติ

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  เปิดเผยว่า ทราบเรื่องที่ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการแล้วจากสื่อมวลชน ซึ่งถือว่าผิดปกติเพราะโดยขั้นตอนทางกฎหมายจะต้องแจ้งให้เจ้าตัวทราบล่วงหน้า

ทั้งนี้ ยังไม่เห็นรายละเอียดในหนังสือตั้งกรรมการสอบสวน เนื่องจากส่วนงานเลขานุการเห็นว่ามีเอกสารลับเข้ามา 1 ฉบับ แต่ไม่มีการใส่ซองปิดแน่นหนา ซึ่งถือว่าผิดระเบียบสารบรรณจึงได้ส่งไปให้สำนักบริหารกลางทำการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบข้อหา เห็นว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งถ้ามีการสอบวินัยร้ายแรงก็ต้องไปถามเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) ว่าประพฤติชั่วอย่างไรและทุจริตคอรัปชั่นอย่างไร

“ผมเชื่อว่าทุกท่านตั้งใจทำเพื่อบ้านเมือง อยากให้ข้าราชการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่เกรงกลัวอะไร และให้เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว เชื่อว่าคนเป็นปลัดกระทรวงมีศักดิ์ศรี และคิดว่าข้าราชการควรเอากรณีนี้เป็นกรณีศึกษาว่าจะทำเพื่อประเทศชาติอย่างไร ทุกคนต้องเกษียณ หลังวัยเกษียณแล้ว ลูกหลานจะอยู่อย่างไรต่อไป ”นพ.ณรงค์ กล่าว

นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ยังไม่เชื่อว่าเป็นคำสั่งจาก นพ.ประดิษฐ เนื่องจากเท่าที่ได้ร่วมงานกันมาตลอดเวลา นพ.ประดิษฐ ได้บริหารงานอย่างมืออาชีพ และมีความเป็นสุภาพบุรุษ แม้กระทั่งหลังจากที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง ก็ยังสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ หากเป็นเรื่องจริง ก็ถือว่าเป็นการสะกดข้าราชการไม่ให้แสดงความคิดเห็นทางการเมือง หรือหากต้องการส่งสัญญาณถึงข้าราชการ ก็ยิ่งเห็นว่าข้าราชการควรออกมาช่วยบ้านเมือง

ปลัด สธ. กล่าวต่อว่า ได้แสดงความคิดเห็นในนามข้าราชการและในนามประชาชนคนหนึ่งมาโดยตลอด ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพที่พึงทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 และ 64 ว่า ข้าราชการสามารถรวมตัวแสดงความคิดเห็นได้ เป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องไม่กระทบการทำการ หรือประชาชน ซึ่งในที่นี้ ก็ไม่ได้กระทบกับการบริการประชาชน การแสดงความเห็นจึงถูกต้อง 

ด้าน นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการ ก.พ. กล่าวว่า ต้องมีการพิจารณาข้อเท็จจริงของข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า เป็นความผิดวินัยร้ายแรงอย่างไร ซึ่งวินัยร้ายแรงที่เข้าข่าย คือ มีการทุจริต คอรัปชั่น  การปฏิบัติหน้าที่อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบราชการอย่างร้ายแรง ส่วนกรณีนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนขอศึกษารายละเอียดทางกฎหมายเพื่อพิจารณาอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก