posttoday
กกร.เสนอรัฐยืดอายุภาษี2ปี

กกร.เสนอรัฐยืดอายุภาษี2ปี

07 พฤษภาคม 2557

เร่งแก้‘แวต-นิติบุคคล-บุคคลธรรมดา’พยุงเศรษฐกิจสร้างแรงจูงใจลงทุน

เร่งแก้‘แวต-นิติบุคคล-บุคคลธรรมดา’พยุงเศรษฐกิจสร้างแรงจูงใจลงทุน

กกร.ชงรัฐบาลต่ออายุภาษียกแผง “แวตนิติบุคคลบุคคลธรรมดา” ช่วยพยุงเศรษฐกิจอีก 2 ปี

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ที่ประชุม กกร.มีมติที่จะเสนอให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ต่ออายุภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปัจจุบันอยู่ที่ 7% และจะหมดอายุในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ออกไปอีก 2 ปี เพราะหากไม่มีการต่ออายุภาษีมูลค่าเพิ่มจะปรับขึ้นเป็น 10% ทันที

นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้รัฐบาลต่ออายุ พ.ร.ฎ.คงภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ปัจจุบันได้ลดลงเหลือ 20% และต่ออายุ พ.ร.ฎ.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่แบ่งกลุ่มเงินได้เป็น 7 ช่วง ซึ่งจะหมดอายุลงในสิ้นปีนี้ โดยขอให้ต่ออายุไปอีก 2 ปี หรืออย่างน้อยก็ 1 ปี ให้ผ่านช่วงที่เศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตนี้ไปก่อน

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า กกร.จะทำหนังสือเรื่องนี้เสนอไปยังรัฐบาลภายใน 23 วันนี้ เพื่อให้มีการดำเนินการเร็วที่สุด เพราะกังวลว่าเหตุการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ ซึ่งรัฐบาลคงต้องมีการหารือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเรื่องนี้ แต่ก็เชื่อว่าจะได้รับการตอบสนองจากภาครัฐ เพราะที่ผ่านมาในช่วงเวลาปกติก็ยังมีการต่ออายุภาษีมูลค่าเพิ่ม

ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติไม่มีความเชื่อมั่นเข้ามาลงทุนในไทยอยู่แล้ว ถ้าภาษีนิติบุคคลปรับขึ้นกลับไปที่อยู่ที่ 30% เหมือนเดิมก็ยิ่งขาดแรงจูงในการลงทุนลงไปอีก

“ถ้ารัฐบาลออก พ.ร.ฎ.ขยายเวลาคงภาษีไว้ในอัตราปัจจุบัน จะช่วยลดภาระให้ประชาชนและผู้ประกอบการไม่ให้ต้องรับภาระภาษีเพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ” นายสุพันธุ์ กล่าว

ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ที่ประชุม กกร.ยังได้ประเมินถึงภาวะเศรษฐกิจในระยะต่อไปว่า ขณะนี้มีสัญญาณที่น่ากังวล เพราะข้อมูลออกมาติดลบทั้งหมด ทั้งการบริโภค ลงทุน ผลผลิตอุตสาหกรรม และการส่งออก ซึ่งถ้าสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติคือมีการเลือกตั้งได้ภายในไตรมาส 3 จีดีพีจะขยายตัวได้ 2.53% แต่ถ้าปัญหาการเมืองยังยืดเยื้อต่อ แต่ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงจีดีพีจะขยายตัวได้ 12% แต่ถ้าเกิดความรุนแรงก็ถึงขั้นหดตัวได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือเกี่ยวกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ซบเซาจากปัญหาการเมือง จึงให้ทีมของหอการค้าไทยและ ส.อ.ท. รวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือได้ถูกจุด ซึ่งรูปแบบการช่วยเหลือจะมีทั้งการหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและการดึงบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ เพราะตอนนี้ บสย.มีศักยภาพที่จะค้ำประกันเงินกู้เอสเอ็มอีได้กว่า 1 แสนล้านบาท

“เป้าหมายคือช่วยให้ผู้ประกอบการที่มีปัญหาสภาพคล่องมีเงินสภาพคล่องหมุนเวียนในธุรกิจไปได้อีกอย่างน้อย 6 เดือน เพราะถ้าผ่าน 6 เดือนนี้ไปคาดว่าสถานการณ์การเมืองก็น่าจะดีขึ้นแล้ว” นายสุพันธุ์ กล่าว

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการยืดเวลาชำระหนี้ออกไป และกำลังประสานหน่วยงานรัฐทั้งกระทรวงการคลัง บสย. เพื่อที่จะหาแหล่งเงินหมุนเวียนให้กับเอสเอ็มอี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของหนี้เสียในระบบพบว่ามีการเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/2556 แต่ขณะนี้ก็เริ่มคงที่ จะต้องมีการติดตามว่าธนาคารมีแห่งไหนที่ปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว