
เอกชนผวาหนักโรงงานใหม่ซบหยุดขยายกิจการ
ยอดเปิดโรงใหม่ เม.ย. หดต่อเนื่อง ฉุดยอด 4 เดือนแรกติดลบเฉียด 10% กลุ่มไฟฟ้าน่าห่วงหนีซบเพื่อนบ้าน
ยอดเปิดโรงใหม่ เม.ย. หดต่อเนื่อง ฉุดยอด 4 เดือนแรกติดลบเฉียด 10% กลุ่มไฟฟ้าน่าห่วงหนีซบเพื่อนบ้าน
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวนโรงงานที่ประกอบกิจการใหม่ยังคงปรับตัวลดลงอยู่ที่ 321 แห่ง ติดลบถึง 13.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในแง่ของเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.49 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.65% เนื่องจากมีโรงงานขนาดใหญ่เปิดดำเนินการ
ขณะที่ยอดเปิดโรงงานใหม่ดังกล่าวทำให้ 4 เดือนแรกของปี (ม.ค.-เม.ย.) มีโรงงานที่ประกอบกิจการใหม่ทั้งสิ้น 1,260 แห่ง ลดลง 9.81% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่มูลค่าการลงทุน 9.24 หมื่นล้านบาท ลดลง 1.38%
ภาคอุตสาหกรรมผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ลงทุนเปิดโรงงานสูงสุด 120 แห่ง มูลค่าการลงทุน 2.17 หมื่นล้านบาท รองลงมากลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อโลหะ 148 แห่ง เงินลงทุน 6,847 ล้านบาท อุตสาห กรรมอาหาร 95 แห่ง เงินลงทุน 3,792 ล้านบาท อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก 79 แห่ง เงินลงทุน 3,530 ล้านบาท อุตสาห กรรมผลิตภัณฑ์จากพืช 91 แห่ง เงินลงทุน 3,331 ล้านบาท
สำหรับการขยายกิจการในเดือน เม.ย. อยู่ที่ 44 แห่ง ลดลง 10.20% เทียบกับเดือน เม.ย. 2556 มูลค่าการลงทุน 1.96 หมื่นล้านบาท ลดลง 35.19% ทำให้ยอดการขยายกิจการใน 4 เดือนแรก อยู่ที่ 171 แห่ง ลดลง 15.76% เงินลงทุนรวม 3.2 หมื่นล้านบาท ลดลงถึง 43.21% โดยอุตสาหกรรมที่มีการขยายการลงทุนมากที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์พลาสติก 30 แห่ง เงินลงทุน 2,268 ล้านบาท อาหาร 19 แห่ง เงินลงทุน 3,244 ล้านบาท
นายณัฐพล กล่าวว่า การตั้งโรงงานใหม่และการขยายที่ลดลงหลักๆ มาจากปัญหาการเมืองในประเทศที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง โดยเฉพาะที่พึ่งพาตลาดภายในประเทศอาจชะลอการลงทุนออกไป ขณะที่ผู้บริโภคในประเทศมีความสามารถในการซื้อที่ลดลงและงดซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ เนื่องจากปัจจุบันสินค้าจีนเริ่มเข้ามาตีตลาดในประเทศ ทำให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้นและเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือย รวมถึงต้นทุนในการดำเนินกิจการสูงขึ้นของผู้ประกอบการจากค่าแรง ค่าไฟ จึงทำให้นักลงทุนหนีซบเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมาเลเซียที่มีสิทธิประโยชน์เอื้อให้กับนักลงทุนและค่าแรงและต้นทุนค่าไฟที่ถูกกว่าไทยมาก
นายณัฐพล กล่าวอีกว่า ทางด้านยอดการเลิกกิจการนั้น พบว่า ในเดือน เม.ย. มีโรงงานเลิกกิจการ 46 แห่ง ลดลง 63.49%







