องอาจจี้นายกฯต้องสละอำนาจเดินหน้าปฏิรูปประเทศ
"องอาจ"ชี้ทางแก้วิกฤต "ยิ่งลักษณ์" ต้องสละอำนาจ 5-6 เดือน เพื่อเดินหน้าปฏิรูป ยกผลดี 5 ประการหากเดินตามแผนอภิสิทธิ์
"องอาจ"ชี้ทางแก้วิกฤต "ยิ่งลักษณ์" ต้องสละอำนาจ 5-6 เดือน เพื่อเดินหน้าปฏิรูป ยกผลดี 5 ประการหากเดินตามแผนอภิสิทธิ์
เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า กุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูไปสู่ทางออกจากวิกฤตในขณะนี้ คือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ต้องสละอำนาจภายในเวลาสั้น ๆ ประมาณ 5-6 เดือนเพื่อดำเนินการตาม แผนเดินหน้าประเทศไทยปฏิรูปภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค (ปชป.) เพราะ ถ้าสละอำนาจก็จะเป็นส่วนสำคัญทำให้แผนเดินหน้าประเทศเดินหน้าต่อได้
"การแก้ไขวิกฤตบ้านเมืองกำลังเดินเข้าสู่มือของน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าจะหยิบกุญแจที่นายอภิสิทธิ์เสนอมาไขเปิดประตูหาทางออกและคำตอบให้ประเทศไทยหรือไม่ คนอื่นในรัฐบาลจะวิจารณ์อย่างไรเราเคารพ แต่คนที่ต้องตัดสินใจคือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบปัญหาของประเทศ จะปล่อยให้ปัญหาดำรงอยู่ต่อไปจนเกิดวิกฤตมากขึ้นทำไม ทำไมไม่ช่วยหาคำตอบให้ประเทศไทย"นางองอาจกล่าว
นายองอาจกล่าวอีกว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์ เผยแพร่แผนเดินหน้าประเทศไทยปฏิรูปภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ต่อสาธารณชนมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเชื่อว่าหลายคนที่วิจารณ์ยังไม่ได้อ่านรายละเอียดในแผนนี้อย่างชัดเจน จึงมีคำถามและข้อสงสัย มีความไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วยในบางส่วน แต่เชื่อว่าหากได้อ่านอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่าเป็นแผนที่ช่วยหาคำตอบให้ประเทศไทยในวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น
ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ พยายามเสนอทางเลือกให้กับประเทศและสังคมไทยได้ช่วยกันพิจารณา เพื่อประโยชน์ชาติไม่ใช่ประโยชน์ของนายอภิสิทธิ์ หรือประโยชน์ของพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งไม่ใช่การหาทางลงให้ กปปส. อีกทั้งไม่ได้ต้องการทำลายล้างรัฐบาลหรือพรรครัฐบาลแต่เสนอเพื่อประโยชน์ประเทศและสังคมไทยโดยรวม จึงหวังว่าคนที่จะวิจารณ์แสดงความเห็นใดก็ตาม อยากให้ศึกษารายละเอียดของแผนดังกล่าวก่อนจะมีความเข้าใจถึงความจริงใจและจริงจังของนายอภิสิทธิ์ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการหาคำตอบให้ประเทศด้วยเจตนาดี
"หากแผนนี้เดินหน้าได้จะมีจุดดี 5 ประการ เกิดในสังคมไทย 1.หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่จะนำไปสู่ความรุนแรงถึงขั้นนองเลือด บาดเจ็บล้มตายของผู้บริสุทธิ์ 2.มีส่วนในการระงับยับยั้งเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร 3.ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ออกจากความขัดแย้งทางการเมือง 4.เปิดโอกาสให้องค์กรอิสระและศาลทำหน้าที่โดยไร้แรงกดดันจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด 5. ป้องกันการฉีกรัฐธรรมนูญทุกรูปแบบ เพราะเป็นการปฏิรูปภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ"นายองอาจกล่าว







