
โอท็อป-เอสเอ็มอีแย่หนักร้องรัฐอัดฉีดสภาพคล่อง
โอท็อป เอสเอ็มอี ยอดขายไตรมาส 2 ร่วง 30% ไร้แววฟื้น ชี้อาจอยู่ต่อได้อีก 3 เดือน ขอรัฐช่วยด่วน
โอท็อป เอสเอ็มอี ยอดขายไตรมาส 2 ร่วง 30% ไร้แววฟื้น ชี้อาจอยู่ต่อได้อีก 3 เดือน ขอรัฐช่วยด่วน
นายพรพล เอกอรรถพร ประธานเครือข่ายโอท็อปแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดขายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ในช่วงไตรมาส 2 นี้มีแนวโน้มลดลง 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ยอดขายขยายตัว 0% เพราะสถานการณ์ในประเทศยังไม่ดีขึ้น ทั้งการเมืองที่ยืดเยื้อและเศรษฐกิจไทยหดตัว ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชะลอตัวและนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการโอท็อปเริ่มประสบปัญหายอดค้างชำระเงินกู้สูงขึ้น ทางผู้ประกอบการอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ คือ ออกมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โดยเร็วที่สุด หรือออกมาตรการยืดอายุการจ่ายหนี้ ด้วยการให้พักเงินต้นเพื่อจ่ายดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน จนกว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้น
นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สสวท.) กล่าวว่า สถานการณ์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น ยอดขายสินค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเห็นสัญญาณที่บางรายเริ่มปลดคนงานแล้ว เนื่องจากต้องลดการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อที่น้อยลง และคาดว่าเอสเอ็มอีจะสามารถอยู่ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวได้อีก 3 เดือน จากเดิมที่คาดว่าอยู่ได้อีก 6 เดือน
สำหรับมาตรการที่เอสเอ็มอี ต้องการให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ คือ 1.จัดโครงการดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และ 2.สนับสนุนหาตลาดใหม่เพื่อเพิ่มยอดขาย







