
‘นันแบงก์’เช็กลูกหนี้ถี่ยิบ
เครดิตบูโรเผยขอสอบประวัติเพิ่ม3เท่าก่อนปล่อยกู้ใหม่หลังเศรษฐกิจชะลอ
เครดิตบูโรเผยขอสอบประวัติเพิ่ม3เท่าก่อนปล่อยกู้ใหม่หลังเศรษฐกิจชะลอ
เครดิตบูโรเผยนันแบงก์เช็กข้อมูลลูกหนี้ถี่ยิบ เดือนละ 3 ล้านครั้ง เพิ่ม 3 เท่าตัว
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ปีนี้มีแนวโน้มว่าประชาชนจะก่อหนี้ใหม่ได้ยากขึ้น โดยมีสัญญาณจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโร 79 ราย ใช้บริการตรวจสอบข้อมูลเครดิตลูกหนี้เพื่อพิจารณาให้สินเชื่อน้อยลง โดยคาดว่าปีนี้จะมีสถาบันการเงินใช้บริการดูข้อมูลเครดิต 1 ล้านครั้ง ลดลง 20% จากปีก่อนที่ใช้บริการรวม 1.2 ล้านครั้ง
ทั้งนี้ ผู้มีรายได้ไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท จะใช้บริการธนาคารได้ยากขึ้นและจะหันไปใช้บริการสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นันแบงก์) แทน แต่นันแบงก์ก็มีการปรับเกณฑ์คุณสมบัติผู้กู้ เช่น เพิ่มวงเงินรายได้ลูกค้าใหม่จากเดือนละ 7,000 บาท เป็น 1 หมื่นบาท หรือ กรณีลูกค้าเก่าจะตรวจสอบรายได้ล่าสุดว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือใหม่ ก่อนจะเพิ่มวงเงินสินเชื่อ
นอกจากนี้ ยังพบว่านันแบงก์ยังติดตามตรวจสอบข้อมูลเครดิตของลูกค้าบ่อยขึ้นเป็นเดือนละ 3 ล้านครั้ง จากปกติที่จะมีการตรวจสอบลูกค้าเก่าเฉลี่ยเดือนละ 1 ล้านครั้ง เพื่อดูว่าลูกหนี้มีการก่อหนี้เพิ่มหรือไม่ และมีการชำระหนี้ที่ดีหรือไม่ดี
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสแรกมีบัญชีที่เริ่มค้างชำระแต่ยังไม่เป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ซึ่งเป็นเรื่องปกติในภาวะเศรษฐกิจชะลอและยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะอัตราการเติบโตยังไม่สูงเท่าไตรมาส 3 ปี 2556 ที่มีจำนวนบัญชีหนี้ค้างชำระเพิ่มขึ้นถึง 30% สาเหตุหลักที่จำนวนบัญชีจับตาเป็นพิเศษไม่ขยายตัวสูงมาก เนื่องจากสถาบันการเงินมีความยืดหยุ่นให้ลูกหนี้มากขึ้น เพื่อไม่ให้กลายเป็นหนี้เสีย เช่น การยืดระยะเวลาผ่อนชำระ พักชำระเงินต้นจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย
“ปีนี้แม้จำนวนบัญชีลูกหนี้ปกติหรือลูกหนี้ดีเพิ่มขึ้น 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จำนวนบัญชีหนี้เสียก็เพิ่มขึ้น 10% เช่นกัน จึงจะพบว่าทั้งแบงก์และนันแบงก์จะเข้มงวดเรื่องหนี้เสียไม่ให้เพิ่มขึ้นมาก เพราะทุกคนเคยมีบทเรียนมาในอดีตแล้ว สถาบันการเงินตอนนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องระมัดระวังสูง ไม่ประมาท เพราะสถานการณ์ยังไว้ใจไม่ได้ แต่ไม่ได้ตื่นตระหนก” นายสุรพล กล่าว







