posttoday
หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งไกลระดับโลก

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งไกลระดับโลก

01 พฤษภาคม 2557

ภาวะหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูง อาจกลายเป็นเรื่องปกติที่ทั้งคนเมืองและต่างจังหวัดชินชาไปแล้ว

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

ภาวะหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูง อาจกลายเป็นเรื่องปกติที่ทั้งคนเมืองและต่างจังหวัดชินชาไปแล้ว จากภาระผ่อนบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลอีกหลายประเภท ทว่าหากพิจารณาเป็นรายตัวเลขว่าระดับหนี้ครัวเรือนไทยนั้นพุ่งทะลุ “ค่าเฉลี่ยหนี้ครัวเรือนโลก” ไปแล้ว โดยอยู่ที่ระดับ 82.3% ต่อผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากค่าเฉลี่ยที่ 70% ต่อจีดีพี จะเห็นได้ว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยนั้น “ไม่ธรรมดา”

ปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการสถาบันคีนันแห่งเอเซีย เปิดเผยในงานโครงการวิจัยคนไทยก้าวไกล ใส่ใจการเงิน ที่จัดทำร่วมกับมูลนิธิ ซิตี้ ว่า จากการสำรวจพบคนไทย 3 กลุ่ม ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดเรื่องการก่อหนี้สูง คือ 1.กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ยังหารายได้ไม่ได้แต่กลับใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย ซึ่งนับเป็นกลุ่มที่มีหนี้สูงอย่างน่าตกใจ 2.กลุ่มอาชีพอิสระ เช่น รับจ้าง ซึ่งเป็นอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน เมื่อประสบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจะกระทบกับรายได้จนชักหน้าไม่ถึงหลัง และ 3.กลุ่มเกษตรกรที่มีรายได้ต่ำและต้องพึ่งพาฤดูกาลธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ โดยคนทั้ง 3 กลุ่มนี้ ขาดความถนัดด้านบริหารเงิน และมีความเสี่ยงที่จะหันไปพึ่งพาเงินนอกระบบ

อย่างไรก็ดี ปัญหาหนี้ของคนไทยยังมีสาเหตุสำคัญอีกส่วนหนึ่งมาจากนโยบายกระตุ้นการอุปโภคบริโภคของภาครัฐ และวัฒนธรรมการบริโภคของคนไทยที่ยังฟุ่มเฟือย ไม่เก็บออมก่อนใช้จ่าย สะท้อนถึงความรู้การบริหารเงินที่อ่อนด้อย จนทำให้จำนวนคนออมเงินน้อยลง และอาจส่งผลต่อความไม่พร้อมในการเกษียณอายุ ทั้งที่ต้องเตรียมไว้เพราะสวัสดิการผู้สูงอายุของไทยยังไม่ดีพอที่จะทัดเทียมกับต่างประเทศ

ภาวะที่คนไทยไม่น้อยกว่า 16 ล้านคน หรือ 26% ของจำนวนประชากรที่ไม่ตระหนักด้านการเงิน จนสะท้อนออกมาเป็นหนี้ครัวเรือนติดอันดับสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียนั้น ทำให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะรัฐบาล ควรจัดทำการให้ความรู้ประชาชนเรื่องการบริหารการเงิน มีความสำคัญเร่งด่วนเป็น “วาระแห่งชาติ”

“หนี้ครัวเรือนค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ระดับ 70% แต่ของไทยสูงกว่า 82% อยู่ในโซนสีแดงที่อันตรายมาก ต้องแก้ปัญหาด่วน ทุกวันนี้ธุรกิจการเงินมักจะให้ความสำคัญเรื่องความมั่งคั่งซึ่งเหมาะกับกลุ่มที่มีรายได้กลางถึงสูง ซึ่งควรจะต้องดูแลกลุ่มฐานรากมากขึ้นด้วย เพราะถือเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ” ปิยะบุตร กล่าว

ทั้งนี้ รายงานของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) พบว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออก เป็นรองเพียงแค่มาเลเซีย ที่มีหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงสุดทุบสถิติ 86.8% ต่อจีดีพี เมื่อสิ้นปี 2556 ที่ผ่านมา ขณะที่เกาหลีใต้นั้นมีสัดส่วนสูงถึง 134.7% ต่อรายได้สุทธิส่วนบุคคล แม้ว่ารัฐบาลโสมขาวจะพยายามแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องก็ตาม

พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล เคยระบุถึงสาเหตุส่วนหนึ่งที่นำไปสู่วิกฤตการณ์ภาคการเงินสหรัฐเมื่อปี 2008 ที่ผ่านมาว่า นอกจากปัญหาของภาคการเงินการธนาคารแล้ว หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงของชาวอเมริกันยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญเช่นกัน โดยมีสัดส่วนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 83% ของรายได้เมื่อทศวรรษก่อน ขยับขึ้นเป็น 130% ของรายได้ ในปี 2007โดยส่วนใหญ่มาจากการแห่เก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์

ด้าน รัชชพล เหล่าวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิราเคิล ครีเอชั่น ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึง 9.8 ล้านล้านบาท ถือเป็นระดับที่อันตราย และหากเศรษฐกิจโตต่ำ สัดส่วนหนี้ครัวเรือนอาจปรับขึ้นไปถึง 85% ในปีนี้

“ความจริงรัฐบาลควรเป็นพระเอกในการจัดทำวาระแห่งชาติ เรื่องความรู้การเงินเพื่อลดหนี้ครัวเรือน แต่ด้วยความเป็นนักการเมืองที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เราจึงเห็นนักการเมืองมักชูนโยบายประชานิยมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งเป็นตัวการให้ตัวเลขก่อหนี้สูงขึ้น ไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารประเทศหลังจากนี้ อยากจะให้ช่วยดำเนินการพัฒนาทักษะการเงินแก่ประชาชนอย่างจริงจังด้วย” รัชชพล กล่าว

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน