
น้ำจะแพงกว่าทอง
บทวิเคราะห์ของ แพตทริกค์ เอ็ม เชอร์รีแดน จากซีเอ็นเอ็น มันนี กล่าวว่า น้ำจะกลายเป็นสิ่งล้ำค่าเหนือกว่าทองคำ หลังจากหลายหน่วยงานทั่วโลกลงความเห็นตรงกันว่า มนุษยชาติกำลังเผชิญวิกฤตการขาดแคลนน้ำ
บทวิเคราะห์ของ แพตทริกค์ เอ็ม เชอร์รีแดน จากซีเอ็นเอ็น มันนี กล่าวว่า น้ำจะกลายเป็นสิ่งล้ำค่าเหนือกว่าทองคำ หลังจากหลายหน่วยงานทั่วโลกลงความเห็นตรงกันว่า มนุษยชาติกำลังเผชิญวิกฤตการขาดแคลนน้ำ
แม้จะดูเหมือนว่าผืนน้ำปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกจนไม่น่าจะขาดแคลน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีปริมาณน้ำจืดในโลกนี้มีเพียง 2.5% ของปริมาณน้ำ ทั้งหมดในโลกเท่านั้น นอกจากนี้ น้ำจืดที่มีปริมาณ เพียงเล็กน้อยบนโลกใบนี้ ก็ยังนำมาใช้บริโภคได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
นอกจากนั้น จากการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ครั้งล่าสุด การประชุมยังระบุให้วิกฤตน้ำอยู่ในอันดับ 3 ของวิกฤตความเสี่ยงรูปแบบต่างๆ ทั่วโลก ในปี 2014 เช่นเดียวกับ บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ออกมาเตือนว่า พลเมืองโลกกว่า 780 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงการพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับบริโภคได้ โดยเฉพาะในแอฟริกา
อย่างไรก็ดี จากรายงานการวิจัยของธนาคารแห่งสหรัฐอเมริกา เมอร์ริลล์ ลินช์ พบว่า ในปัจจุบันน้ำได้กลายมาเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูงถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าน่าจะเติบโตถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในเวลาอีกเพียงแค่ 6 ปีเท่านั้น
ดังนั้น ปัญหาปริมาณน้ำสะอาดที่มีไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ดูแนวโน้มจะเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนหลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดเป็นข้อพิพาทหรือเกิดสงครามแย่งน้ำขึ้น โดยเฉพาะในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย หรือแม้กระทั่งสหรัฐก็ตระหนักว่า ปัญหาเรื่องน้ำกระทบความมั่นคงของชาติ







