
ต้องรักษากฎหมาย
....ธนพล ไชยภาษี
เป็นวิกฤตที่ต้องบอกว่าทั่วโลกจับตามองกันไม่กะพริบ สำนักข่าวชื่อดังต่างยกข่าวเมืองไทยไว้หน้าหนึ่งเว็บไซต์ ถือเป็นช่วงรอยต่อของการเมืองประเทศครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
แต่ก็ยากที่จะเดาว่าใครจะออกหัว ใครจะออกก้อย
อย่างไรเสีย หากมองอย่างไม่มี “สี” มาเป็นตัวชี้นำความคิด เห็นว่าวิกฤตการเมืองไทยในครั้งนี้ เป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่คนไทยทุกคนจะต้องไม่มองข้าม ต้องศึกษาให้เข้าใจและร่วมแก้ปัญหากันไปต่อจากนี้
...ที่ต้องหันมาจัดระเบียบประเทศไทยกันใหม่
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. มีการพูดถึงคำว่า “Failed State” หรือรัฐที่ล่มสลายกันหนาหู หลังจากที่แกนนำเสื้อแดงเสนอให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย
แต่ผมจะไม่พูดถึงว่า ยูเอ็นจะเข้ามาได้หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ “เพ้อเจ้อ” เกินไป ยูเอ็นไม่เข้าแทรกแซงกิจการภายในประเทศใดมั่วๆ
ทุกอย่างต้องมีหลัก ขั้นตอน เหตุผล ไม่ใช่ว่าใครจะเผาบ้านเผาเมือง และจะไปขอให้ยูเอ็นเข้ามาแก้ปัญหา เพราะไม่ถูกใจตัวเองนั้นเป็นไปไม่ได้ครับ และถึงแม้ไทยจะวุ่นวาย แต่สถาบันชาติของเรายังอยู่ครบถ้วน ทั้งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพียงแต่ช่วงนี้เราอาจจะเจอวิกฤตซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของประเทศที่มีพัฒนาทางการเมือง
หากผ่านครั้งนี้ไปได้ ไทยเราจะโตและแข็งแกร่งขึ้น จะมีภูมิต้านทานวิกฤตการเมืองมากขึ้น แต่ที่อยากจะพูดในหนนี้ คือการจัดระเบียบประเทศหลังจากนี้ไปเราจะต้องเป็นรัฐที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และถูกต้องตามหลักกฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยกันอย่างที่ผ่านมา ที่กฎหมายซื้อได้ด้วยการคอร์รัปชัน
แต่ถ้าบอกว่าเราเป็น Failed State ก็ต้องบอกว่าเราล่มสลายมานานแล้ว หากพูดกันเฉพาะการใช้กฎหมาย
เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายถูกซื้อด้วยเงิน คนมีอำนาจ มหาเศรษฐีสามารถใช้เงินแก้กฎหมายได้เพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัว หนำซ้ำยังเกิดการ “ยอมรับ” การคอร์รัปชันเล็กๆ น้อยๆ ไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
สิ่งเหล่านี้ได้กัดกร่อนสังคมไทยมายาวนาน การคอร์รัปชัน การละเมิดกฎหมายเล็กๆ น้อยๆ ที่สังคมยอมรับกันไปโดยไม่รู้ตัว ได้ซึมซับเข้าไปในประชากรจากคนรุ่นต่อรุ่น และกลายเป็นวัฒนธรรมไปในที่สุด และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำเกิดปัญหาลุกลามในหนนี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เราต้องเร่งแก้อย่างเร่งด่วน
เพื่อนที่สหรัฐเคยเล่าว่า เธอจอดรถในที่ห้ามจอดและออกใบสั่ง ด้วยเธอติดนิสัยแบบไทยๆ พยายามขอความเห็นใจและให้สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆ อย่างที่เคยทำ แต่ตำรวจฝรั่งคนนั้นเดินหน้าใบสั่งต่อไป ไม่ยอมรับข้อเสนอคอร์รัปชันจากสาวไทย พร้อมหันมาบอกเธอว่า
“Shut up!”







