posttoday
"บิ๊กตู่"วอนทุกฝ่ายหยุดพูดจายั่วยุทำแตกแยก

"บิ๊กตู่"วอนทุกฝ่ายหยุดพูดจายั่วยุทำแตกแยก

29 เมษายน 2557

ผบ.ทบ.วอน ทุกฝ่ายหยุดพูดจาทำบ้านเมืองแตกแยก อย่าดึงสถาบันมาเกี่ยว เชื่อ "สายหยุด-ป๋า" สื่อสารคลาดเคลื่อน วอนมองที่เจตนา จี้ศอ.รส. ดู "ชัยสิทธิ์" ฝึกกองกำลัง

ผบ.ทบ.วอน ทุกฝ่ายหยุดพูดจาทำบ้านเมืองแตกแยก อย่าดึงสถาบันมาเกี่ยว เชื่อ "สายหยุด-ป๋า" สื่อสารคลาดเคลื่อน วอนมองที่เจตนา จี้ศอ.รส. ดู "ชัยสิทธิ์" ฝึกกองกำลัง

เวลา 08.00 น. วันที่ 29 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่กทม.ว่า การรักษาความมั่นคงภายในโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีสถานการณ์ความขัดแย้ง อยากให้ทุกฝ่ายลดการพูดจาในเชิงที่ทำให้เกิดความแตกแยกมากกว่านี้ สำหรับผู้ใหญ่ของบ้านเมืองทุกท่านมีความหวังดี แต่อาจจะมีการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ขอให้มองที่เจตนาเป็นหลักส่วนจะทำได้หรือไม่เป็นเรื่องของกลไกต่างๆ ที่ต้องดำเนินการ ไม่ใช่ว่าใครคิด หรือพูด หรือทำอะไรแล้วจะทำได้ทั้งหมดวันนี้ปัญหาติดขัดที่ข้อกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และเรื่องต่างๆ อะไรมากมาย ดังนั้นเราต้องรักษาสภาพแวดล้อมให้เกิดความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม

“ในส่วนของเหล่าทัพได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ กับผบ.เหล่าทัพมาโดยตลอด ท่านพยายามควบคุมกำลังพลให้อยู่ในระเบียบวินัยทำหน้าที่ตามกฎหมายดูแลทุกฝ่ายให้เกิดความเท่าเทียม ผมเป็นห่วงในเรื่องการพูดจาในปัจจุบัน มีหลายพวกที่พูดจามุ่งเน้นไปสู่ความรุนแรงคงทราบดีว่าเป็นฝ่ายใดถ้าตราบใดที่ความขัดแย้งยังมีอยู่ เงื่อนไขที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความขัดแย้งยังคงอยู่ มันยังเดินไปไหนได้ไม่มากนัก ดังนั้นต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา ต้องย้อนกลับไปดูเงื่อนไขว่าอยู่ที่ไหน ถ้านำปลายทางมาแก้กันก็ไม่มีทางมาจบ เพราะต้องมีฝ่ายยอมและไม่ยอม ดังนั้นต้องไปหาทางออกกันให้ได้ และอย่าพาดพิงทหารให้มากนัก ทหารทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การกระทำใดๆ ที่จะมุ่งไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้น เราก็ระมัดระวังเต็มที่ แน่นอนว่า ย่อมมีฝ่ายหนึ่งพอใจและอีกฝ่ายไม่พอใจ แต่จะทำอย่างไรที่สองฝ่ายจะมุ่งไปสู่ผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ทำให้บ้านเมืองปลอดภัย และหาหนทางในการแก้ไขปัญหาให้ได้ ตราบใดที่ทุกฝ่ายยังอ้างความชอบธรรม และความถูกต้องจะแก้อะไรไม่ได้จึงเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต้องแก้ปัญหากัน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในกระบวนการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบันไม่ใช่ ทหาร ตำรวจ พลเรือนอย่างเดียว ฝ่ายการเมืองฝ่ายที่เห็นต่างทั้งหมดต้องมีส่วนร่วมทั้งสิ้น ถ้าเหตุการณ์บานปลาย มีการบาดเจ็บ สูญเสีย ทั้งหมดต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะมีทางออกอีกหลายทาง ดังนั้นทุกคนต้องหลีกเลี่ยง ลดราวาศอกกัน ลดความขัดแย้ง ลดเงื่อนไข ซึ่งการปะทะกันด้วยกำลังจะทำให้เกิดความสูญเสีย ขอร้องทุกฝ่ายลดการพูดจาเชิงท้าทาย ข่มขู่ หรือการใช้อาวุธสงครามต่อสถานที่ราชการและสถานที่สำคัญต่างๆ สิ่งที่สำคัญอีกประการ คือ เรื่องของสื่อ ต้องระมัดระวังในการเสนอข่าว สื่อต้องดำรงความเป็นกลางทางการเมืองให้ได้ หาทางที่จะลดความรุนแรง ไม่ใช่นำความเห็นต่างเหล่านั้นมาขยายออกไปจนกระทั่งไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ มิเช่นนั้นทุกอย่างจะนำไปสู่ทางตันทุกเรื่อง

“จะบอกว่าแก้ไขไม่ได้ คงไม่ใช่ เพราะทุกเรื่องมีทางแก้ไข ถ้าจะแก้จริงๆควรนำความเห็นของทุกพวก ทุกฝ่ายมาแก้ไขกัน ทหารมีหน้าที่ดูแลทุกฝ่ายไม่ให้ใช้ความรุนแรงต่อกัน ใครจะผิดหรือถูกก็มาต่อสู้กันใน กระบวนการยุติธรรม อย่าใช้มวลชนมาต่อสู้กัน ส่วนของคู่ขัดแย้ง หลักๆ คือรัฐบาล กับ ผู้ที่เห็นต่าง ส่วนคนอื่นๆ ก็ถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ประเด็นสำคัญคือไม่อยากให้ดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องในทุกเรื่องสถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตเพราะมีมวลชนหลายฝ่ายและ แต่ละฝ่ายคิดว่าตัวเองถูก ซึ่งมันมีทั้งผิดและถูก แต่จะทำอย่างไรให้ส่วนที่ผิดมาเจอกันได้ การสู้กันไปมาไม่มีทางแก้ สุดท้ายประเทศชาติไม่มีทางออกปัญหาทุกอย่างอยู่ที่เงื่อนไขแรก และเงื่อนไขเดิม ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าถูก หรือผิดอย่างไร ชอบธรรมหรือไม่อย่างไร”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากขอร้องสื่อให้ช่วยรักษาทรัพยากรของชาติไว้ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร บุคคลสำคัญ สถาบัน องค์กร ทหาร ตำรวจ ให้เขาได้มีสิทธิเสรีภาพ ในการทำงานตามกรอบหน้าที่ ถ้าไปกดดันเขามากๆ เขาจะไม่สามารถทำงานได้สะดวกหากทำให้เกิดความเข้าใจผิดและขยายวงไปเรื่อยๆ แล้วจะแก้ด้วยการรบราฆ่าฟันไปตลอดหรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อของรัฐที่จะ ต้องรักษาความเป็นกลางให้ได้ หากสื่อของรัฐยังนำปัญหา หรือ ข้อขัดแย้งต่างๆ ขยายไปเรื่อยๆ ทำให้คนเป็นหลายฝ่าย ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมารัฐก็ต้องรับผิดชอบสุดท้ายไม่มีใครชนะ

 เมื่อถามถึงกรณีที่ศูนย์อำนวย การรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) จะปรับลดกำลังทหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ คิดว่า ต้องมีการหารือกันในศอ.รส. ทางกองทัพบกได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าประชุม ชี้แจง เสนอแนะมาตลอด และได้จัดกำลังไปสนับสนุนซึ่งต้องตั้งสมมุติฐานว่า เมื่อลดกำลังลงแล้วสถานการณ์จะลดลงหรือไม่วันนี้มีกำลังทหารเพื่อป้องกันและลดเหตุการณ์รุนแรง อาจทำให้สถานการณ์เบาบางลง แต่ยังไม่จบสิ้นเพราะเงื่อนไขมีอยู่ เมื่อลดกำลังทหารแล้วคนที่รับหน้าที่คือตำรวจ ก็ต้องไปหาคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าสามารถดูแลได้เต็มที่หรือไม่ จะทำให้เกิดความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้หรือไม่ตนไม่มีปัญหากับใครในเรื่องการทำงาน แค่ต้องการให้บ้านเมืองปลอดภัย แต่ทุกฝ่ายต้องหันมามองว่าจะทำอย่างไร อย่าไปทำลายทุกกระบวนการ สถาบันและองค์กรเพื่อชนะกัน แต่มันไม่ใช่การชนะที่ดีเพราะ ชนะด้วยกำลัง ตราบใดที่มีคนเห็นต่าง ไม่ยอมรับก็ไม่มีวันจบ ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลหรือไม่ ปัญหายังไม่จบ ปัญหาต้องจบให้ได้โดยเร็ว ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง อย่านำพาประเทศให้เสียหายมากกว่านี้ทุกพวกต้องรับผิดชอบ

 เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มีการฝึกกองกำลังในพื้นที่จ.นครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ให้ติดตามอยู่ ทางกอ.รมน.ได้รายงานว่า ได้ฝึกอะไรกันบ้าง ซึ่งบอก ศอ.รส.ไปว่า กลุ่มไหนที่ตั้งกองกำลังขึ้นมา ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องไปดูว่า ถูกหรือผิดกฎหมาย เป็นเรื่องของศอ.รส.และฝ่ายกฎหมายจะต้องพิจารณา ไม่ใช่เรื่องของตน ขณะนี้ข้อมูลด้านการข่าวมีการสรุปว่า มีการตั้งหลายพวกทั้งนี้ตนรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นผู้นำท้องถิ่น ผู้นำหน่วยงานออกมาพูดเพื่อให้เกิดความรุนแรงด้วยการใช้กำลัง เพราะมองว่า การใช้กำลังไม่ทำให้ทุกอย่างจบได้ แต่จะเพิ่มความขัดแย้งให้มากขึ้น เมื่อถามถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาเปิดเผยว่า ไม้หนึ่งก.กุนที ที่ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ในแบล็คลิสต์กองทัพ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องไปหาหลักฐานว่า กองทัพขึ้นบัญชีอะไร ต้องไปถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม้หนึ่ง ก.กุนที เกี่ยวข้องอะไรบ้างหรือไม่ ส่วนการใช้กำลังต่างๆ หรือ แกนนำต่างๆ ของทุกพวกทุกฝ่าย เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงทั้งสิ้น แต่อย่ามาโยงใยทหารเข้าไปทำร้าย ตนประกาศอยู่เสมอว่า กองทัพดูแลประชาชนทุกฝ่ายถึงจะชอบหรือไม่ก็ต้องทำตามหน้าที่ อย่าบอกว่า ทหารไปเข้าข้างใคร

“ที่บอกว่า ผมไม่ดำเนินการอะไรในขณะนี้เพราะรับผลประโยชน์ ผมคงต้องดำเนินการตามกฎหมายกับหนังสือพิมพ์บางฉบับที่เขียนเช่นนี้ ถ้ายังปล่อยให้เขียนแบบนี้ก็เตรียมตัวตกงานกันให้หมดหนังสือพิมพ์อะไรก็รู้อยู่ไม่เคยเขียนให้เกียรติมนุษย์โลก คิดว่าทุกคนเป็นเหมือนตัวเองหรือยังไง ผมไม่เข้าใจ ไม่มีใครจะมาซื้อกองทัพได้ไม่ว่าจะนำผลประโยชน์อะไรมาแลกเปลี่ยน เพราะกองทัพไม่ได้ต้องการอะไร ต้องการให้บ้านเมืองปลอดภัยอย่างเดียว ไม่ได้มีใครต้องการเข้าไปสู่อำนาจถึงจะต้องตกลงรับผลประโยชน์ เราทำงานด้วยข้อมูล และสติปัญญาและกฎหมาย ส่วนที่จะต้องดำเนินการต่อไปในวันข้างหน้าก็เป็นเรื่องของสถานการณ์ ถ้าไม่หยุด หรือสงบก็ต้องมีทางอื่นอย่างอื่น ประเทศชาติไม่เคยสิ้นคนดีทั้งนี้ในช่วง5เดือนที่ผ่านมา ก็พยายามพูดหาทางออกให้ทุกอย่างแล้วถ้าท่านไม่เลือกกันก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน”ผบ.ทบ.กล่าว

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว