
'สื่อ-หน่วยกู้ภัย-ผู้บริสุทธิ์' เป้าแดงฮาร์ดคอร์
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า มีบุคคล 3 กลุ่ม ตกเป็นกลุ่มเสี่ยงและเป็นเป้าหมายกองกำลังติดอาวุธ ประกอบด้วย 1.สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ ศอฉ.ได้แจ้งให้สื่อมวลชนที่ทำงานในพื้นที่ได้รับทราบและมีแผนระมัดระวังป้องกันตนเองและแจ้งการทำงานกับเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยกันระมัดระวัง แต่สื่อมวลชนที่ทำงานในพื้นที่เองต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดด้วย 2.ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางด้านสาธารณสุขในพื้นที่ที่เกิดเหตุปะทะ เพื่อนำไปสู่การสร้างเป็นเงื่อนไขให้มีการลุกลามบานปลายของสถานการณ์และความรุนแรงต่อไป 3.ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ ผู้ก่อการร้ายและผู้บงการประสงค์จะให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะใช้ความระมัดระวัง และแจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะ
ด้าน นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงดึกวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา มีกระสุนปืนยิงเข้ามาภายในสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ชั้น 11 อาคารชินวัตร 3 ซึ่งเป็นคนละส่วนกับฝ่ายข่าว ถูกโต๊ะของพนักงานได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ คาดว่าน่าจะเป็นกระสุนจากปืนเล็กยาว พนักงานทุกคนยังมีกำลังใจในการทำงานดี
พ.ต.อ.สุพจน์ พรหมศิริ ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบสถานที่เบื้องต้นพบรอยกระสุนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 ซม. แต่ยังระบุชนิดปืนไม่ได้ คาดว่าเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์หรือข่มขู่เท่านั้น หากขยายผลแล้วพบว่า เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองก็จะส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีต่อไป
น.ส.วีรินทร์ ภูมรา ฝ่ายรายการทีวีไทย กล่าวว่า ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ได้ยินเสียงระเบิดประมาณ 3 ครั้งจากข้างนอกตึกจากนั้นไฟฟ้าได้ดับลง โดยครั้งแรกดับประมาณ 1 นาที จากนั้นอีก 5 นาทีต่อมาได้ดับอีกครั้ง ยาวนาน 30 นาที เป็นเหตุให้พนักงานของบริษัทต่างๆ ซึ่งทำงานอยู่ภายในอาคารเกิดอาการแตกตื่นโกลาหล และส่วนใหญ่ได้เดินทางออกจากอาคารโดยทันที ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของอาคารได้แจ้งว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าบริเวณโรงเรียนหอวังระเบิด ทางสถานีโทรทัศน์ทีวีไทยจึงต้องใช้ไฟฟ้าสำรองในการออกอากาศชั่วคราว







