posttoday
ข้องใจครม.โยน2สภาตัดสินปมเปิดประชุมวุฒิ

ข้องใจครม.โยน2สภาตัดสินปมเปิดประชุมวุฒิ

23 เมษายน 2557

สุรชัย ข้องใจครม.โยนสองสภาตัดสินปมเปิดประชุมวุฒิฯ ชี้ ปี49มีแนวปฎิบัติมาแล้วควรยึดตามนั้น ด้าน เลขาสภาฯย้ำถอดถอนทำไม่ได้ระหว่างไร้ประธานรัฐสภา

สุรชัย ข้องใจครม.โยนสองสภาตัดสินปมเปิดประชุมวุฒิฯ ชี้ ปี49มีแนวปฎิบัติมาแล้วควรยึดตามนั้น ด้าน เลขาสภาฯย้ำถอดถอนทำไม่ได้ระหว่างไร้ประธานรัฐสภา

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุให้ทางเลขาธิการวุฒิสภาไปหารือกับทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับการเสนอเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญเพื่อดำเนินการถอดถอนและแต่งตั้งบุคคลว่า ตนไม่ทราบ เพราะต้องว่าไปตามกฏหมาย หากเป็นประเด็นที่ระบุว่า ต้องให้เลขาธิการสำนักเลขาไปคุยกับเลขาสภาก็ต้องว่ากันไป ทั้งนี้ ตนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเลือกที่จะฟังเอกสารบางฉบับ แต่ไม่ฟังเอากสารบางฉบับ เมื่อบอกว่าเป็นปัญหาทางธุรการก็จะต้องให้ฝ่ายธุรการเป็นผู้แก้ ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่ขอออกความเห็น

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า ในช่วงปี 2549 ที่มีการขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระหว่างที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ระบบการธุรการเริ่มต้นด้วยเลขาธิการวุฒิสภาทำเรื่องถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนั้น คือ นายพิฑูร พุ่มหิรัญ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการรัฐสภาในสมัยนั้นได้เห็นชอบตรงกันหมดว่า การเปิดประชุมวุฒิสภา ตามมาตรา 168 ในรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งก็คือ มาตรา 132 ในรัฐธรรมนูญปัจจุบันสามารถทำได้ และได้ดำเนินการมาแล้วในช่วงปี 2549 ถึง 3 ครั้ง

“ทั้งสองสภาขณะนั้นเห็นตรงกันหมดว่าให้ดูจากเนื้องาน และกรอบภารกิจว่าเป็นไปของสภาใด งานธุรการนั้นก็จะก็จะให้เลขาธิการสภานั้นเป็นผู้ดำเนินการ แต่มาถึงตอนนี้ก็ไม่เข้าใจทำไมถึงบอกว่าสิ่งที่ทำในยุคนั้นไม่ถูก ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”นายสุรชัยกล่าว

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า หากดูตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 ที่ระบุว่าในระหว่างที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง หรือสภาผู้แทนราษฎรนั้นถูกยุบจะมีการประชุมวุฒิสภามิได้ เว้นแต่กรณี 1.การแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ 2.ตั้งแต่งบุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และ 3.การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง ซึ่งก็ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นภารกิจของใคร จะให้ตนไปอธิบายในความเห็นของคนที่ตนเห็นว่าเป็นของคนที่มีความเห็นคิดไม่ถูกต้องคงไม่สามารถอธิบายได้ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงคิดเช่นนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฝากประเด็นอะไรให้ทางเลขาธิการวุฒิสภาเป็นแนวทางปฏิบัติในเรื่องนี้ นายสุรชัย กล่าวว่า ก็ไม่ฝาก ก็ขึ้นอยู่กับทาง นางนรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภาจะไปดำเนินการ ไม่ใช้หน้าที่ตน ซึ่งตนมองว่า เราเถียงกันในประเด็นข้อกฏหมายจนจบแล้ว แต่ท้ายสุดก็มาหยิบประเด็นในขั้นตอนทางธุรการมาอีก ซึ่งตนก็ไม่มีประเด็นที่จะฝากให้ฝ่ายธุรการไปปฏิบัติ

ด้าน นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะเลขาธิการรัฐสภา กล่าวถึงปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารือกับนางนรรัตน์ พิเสน เลขาธิการวุฒิสภา ถึงปัญหาดังกล่าวเนื่องจากส่วนตัวติดปฎิบัติราชการอยู่ต่างหวัด คาดว่าหลังจากที่เดินทางกลับมายังกทม.จะได้มีการหารือร่วมกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้ทำความเห็นไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีโดยระบุว่าการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อดำเนินการถอดถอนในขณะนี้ไม่สามารถทำได้เนื่องจากยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา

นายสุวิจักขณ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 273 บัญญัติว่าในกรณีการถอดถอนบุคคลนอกสมัยประชุมสภาจะเป็นหน้าที่ของประธานวุฒิสภาที่ต้องทำเรื่องถึงประธานรัฐสภาเพื่อดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญ แต่เนื่องจากปัจจุบันไม่มีสภาผู้แทนราษฎรจึงทำให้ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ประกอบกับประธานวุฒิสภาในฐานะรองประธานรัฐสภากำลังอยู่ในระหว่างยุติการการปฎิบัติหน้าที่ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่แทนประธานรัฐสภาได้ ซึ่งตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาก็ไม่สามารถทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาเพื่อปฎิบัติหน้าที่รองประธานรัฐสภาได้เช่นกัน ดังนั้น กรณีนี้การถอดถอนจึงไม่สามารถดำเนินการได้จนกว่าจะมีผู้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาหรือรองประธานรัฐสภา

เมื่อถามว่า สำหรับกรณีการแต่งตั้งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)คนใหม่ และผู้ทรงคุณวุฒิในศาลปกครองจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ นายสุวิจักขณ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องดังกล่าวอาจมีปัญหาในข้อกฎหมาย เพราะเป็นการดำเนินการที่ต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเช่นกัน ทั้งนี้สำหรับปัญหาในข้อกฎหมายทั้งหมดคงจะต้องมีการหารือให้ได้ข้อสรุปอีกครั้งต่อไป

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว