
สกัดคลังอาหารสะเทือน”กระเพาะแดง”ปรับเมนูอาหารอิ่มท้องไว้ก่อน
แม้คลังอาหารที่สวนลุมฯจะร่อยหรอลงไปทุกขณะๆ พ่อครัวแม่ครัวตามซุ้มต่างๆ ต้องรับสภาพ แต่ในระหว่างวันก็ยังมี แม่ยกแกนนำ รวมถึงนักธุรกิจเสื้อแดง นำข้าวกล่องเมนูหลากหลายมาแจกจ่าย
แม้คลังอาหารที่สวนลุมฯจะร่อยหรอลงไปทุกขณะๆ พ่อครัวแม่ครัวตามซุ้มต่างๆ ต้องรับสภาพ แต่ในระหว่างวันก็ยังมี แม่ยกแกนนำ รวมถึงนักธุรกิจเสื้อแดง นำข้าวกล่องเมนูหลากหลายมาแจกจ่าย
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แต่ถ้าท้องโล่ง กองทัพย่อมแห้งเหี่ยวเหมือนกัน ภายหลังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ขยับมาตรการเข้มข้นขึ้นกดดัน แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ด้วยการปิดเส้นทางโดยรอบพื้นที่การชุมนุมราชประสงค์ รวมไปถึงการสกัดกั้น ระบบสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ และสัญญานโทรศัพท์ แม้แต่การสกัดกั้นการลำเลี้ยงอาหารเข้าพื้นที่การชุมนุม ล่าสุด จากการสำรวจเกี่ยวกับการจากการสกัดเส้นทางการลำเลียงอาหาร ได้พบปัญหาขึ้นแล้ว
“สุรชาติ อุปา” อายุ 30 ปี ผู้ชุมุนมเสื้อแดง จ.นครพนม ซึ่งผันตัวมาเป็นพ่อครัวประจำเต้นท์ จ. นครพนม ซึ่งอยู่ใกล้เวทีปราศรัยและเป็นซุ้มจ่ายอาหาร ที่โดดเด่นมาก ยอมรับว่า หลังจากรัฐบาลมีมาตรการสกัดการลำเลียงอาหารก็ประสบปัญหา โดยเฉพาะบรรดาวัตถุดิบ เช่น เนื้อสัตว์ ไก่ หมู เนื้อ แต่เดิมก่อนมีมาตรการเข้ม คลังอาหารของนปช.ที่ตั้งอยู่ที่บริเวณสวนลุมพินี จะแจกจ่ายสมาชิก นปช.รับมาไปประกอบอาหารครั้งละ 20-30 กก.ต่อวัน แต่ 2 วันที่ผ่านมา ด้มีการลดโควตาจ่ายเนื้อสัตว์ลงมา อย่างเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ได้น้อยลงกว่าเดิมและคาดว่าวันต่อไปอาจจะไม่มีให้ด้วยซ้ำ รวมถึงผักสดต่างๆ เท่าที่ที่เห็นในคลังอาหารจะเป็นผักไว้นานแล้วไม่ใช่ผักสด
ปกติ นปช. กำหนดพื้นที่สวนลุมพินี เป็นคลังอาหารขนาดใหญ่ ในแต่ละวันจะมีการขนส่ง เนื้อสัตว์ ผักสดชนิดต่างๆมาจากตลาดไทมาเก็บอาหารไว้ที่นี่เพื่อนำมาระบายให้กับพ่อครัวแม่ครัวทั่วพื้นที่การชุมนุมซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ผู้ชุมนุม ผู้ประกอบอาหารของคนเสื้อแดงจังหวัดต่างๆ จะเดินทางมาที่บริเวณคลังอาหารและยื่นบัตรให้ฝ่ายควบคุมคลังอาหารลงทะเบียนไว้ ก่อนจะเบิกวัตถุดิบไปประกอบอาหารแจกจ่ายให้ประชาชนตามซุ้มต่างๆ ต่อไป
พ่อครัวจำเป็นประจำเต้นท์นครพนม กล่าวว่า มาตรการปิดเส้นทางลำเลียงอาหารของรัฐบาลทำให้ประสบปัญหาอย่างมาก จึงต้องปรับเมนูในการประกอบอาหารใหม่ จากที่เป็นรายการอาหารที่มีทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผสมกันต้องเป็นอาหารชนิดน้ำมากขึ้น โดยเฉพาะแกงจืด และปรับเป็นข้าวต้มและมีเศษเนื้อสัตว์เพื่อให้มีดูมีปริมาณมากขึ้น ซึ่งถ้าปล่อยให้การชุนนุมยืดเยื้อไปกว่านี้เชื่อว่าเสบียงอาหารอาจจะหมดได้
“ขนาดเมื่อเช้ามีคนไปรับวัตถุดิบผ่านเข้ามาในพื้นที่การชุมนุมก็ถูกซุ้มต่างๆขอวัตถุดิบนั้นกลางทาง ทำให้ของที่เบิกมาไม่พอเพราะต้องแบ่งซุ้มอื่นๆด้วย ตอนนี้การลำเลียงอาหาร ที่แต่เดิมขนถ่ายจากรถปิกอัพเข้ามา แต่ถ้าเจอด่านสกัดที่เข้มข้น ต้องขนถ่ายผ่านมอเตอร์ไซด์ที่เล็ดลอดเข้ามา”พ่อครัวแดงนครพนม กล่าวพร้อมกับ ตักข้าวโปะพะโล้ ให้กับผู้ชุมนุมที่มารับอาหาร โดยเป็นที่สังเกตว่าซุ้มนครพนมขึ้นป้ายว่า “ให้บริการคนละ1 จานเท่านั้น เพื่อเหลือให้คนที่เข้าแถวรายอื่นด้วย”
สำหรับสุรชาติ เดินทางมาร่วมชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. โดยยังไม่กลับภูมิลำเนา ไม่ได้มีอาชีพขายข้าวแกงแต่อย่างใด แต่ถนัดทำอาหารและเห็นอกเห็นใจพี่น้องแดงนครพนมที่ไม่มีอาหารกิน จึงปรับตัวไปเป็นคนที่ทำอาหารจ่ายแจกคนที่มาร่วมชุมนุม
ขณะที่ด้านเกาะกลางถนน ตรงหน้าเซ็นทรัลเวิร์ด ซึ่งปรับสภาพเป็นร้านขายข้าวแกงราคาถูก อย่างร้าน “คุณต้อย” ซึ่งขายข้าวแกงมาตลอดการชุมนุม โดยมี “สุชาติ พูนพวง” อายุ 48 ปี พร้อมภรรยา กล่าวยอมรับเช่นกันว่ามีปัญหาขลุกขลักในการลำเลียงเสบียงอาหารอยู่เหมือนกัน แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหาต่อการทำอาหารจำหน่าย จนกว่าจะยุติการชุมนุม เพราะเป็นร้านขายข้าวแกงที่ไม่ได้ไปรับเสบียงอาหารจากสวนลุมฯแต่ได้สั่งคนให้นำวัตถุดิบมาส่ง ที่ผ่านมาจะสั่งให้คนไปซื้อที่ตลาดคลองเตย แต่เมื่อมีมาตรการสกัดกั้นต้องเปลี่ยนที่ซื้อใหม่ บางครั้งตต้องไปแถวประตูน้ำ และย่านตลาดเจริญผล โดยต้องขับมอเตอร์ไซด์ผ่านซอยเล็กๆเข้ามาก็สามารถผ่านได้
“ก็ขายดีเกือบทุกวัน ขายจนหมด กำไรตกวันละ 2,000 -3,000 บาท เพียงแต่เราก็ปรับเมนูให้เหลือน้อยลง หลังจากมีมาตรการก็มีเมนูหลัก 2 อย่าง เช่น ผัดเผ็ดหน่อไม้ กระเพราหมูและข้าวไข่เจียว เชื่อว่ายังขายได้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่มัปัญหา”สุชาติ กล่าว
ทั้งนี้ ร้านคุณต้อย จะขายข้าวแกงจานละ 20 บาท ถ้าใส่ไข่เจียวด้วย 25 บาท ถ้าเป็นข้าวไข่เจียว 15 บาท
เยื้องกับร้านของ “คุณต้อย” เป็นที่รู้จักกันดี ของผู้ชุมนุมที่หิวโหย เป็นเต๊นท์ครอบครัวตำรวจหนองจอก ที่ให้บริการอาการฟรีกับผู้ชุมนุม วันนี้มีการทอดปลาเค็มฉีกชิ้นเล็กๆ ใส่ข้าวและผสมกับน้ำพริกที่เหลือค้างเก่ามาแจกให้หมดเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ชุมนุม
แม่บ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า ตอนนี้ไม่เป็นปัญหา เพราะมีคนส่งเสบียงอาหารมาได้เรื่อยๆ และน้ำพริกก็ยังมีอยู่
ทั้งนี้เป็นที่รู้กันผู้ประกอบการอาหารย่านหน้าเซ็นทรัลเวิล์ดว่า เต๊นท์อาหารครอบครัวตำรวจหนองจอก ทุกๆเช้าจะมีตำรวจหญิงรายหนึ่งมาปรากฎตัวคอยทำหน้าที่ส่งเสียงอาหารและทำหน้าที่ปรุงอาหารให้ผู้ชุมนุมด้วย จากนั้นจะรีบออกจากพื้นที่เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ โดยปล่อยให้ลูกมือซึ่งเป็นแม่บ้าน 3-4 คน คอยรับลูกทำอาหารและแจกจ่ายผู้ชุมนุม
ตรงข้ามกับเต๊นท์อาหารครอบครัวตำรวจหนองจอก ยังพบเต๊นท์ อาหารอีกเต๊นท์หนึ่งซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นแหล่งอาหารที่ใหญ่แห่งหนึ่งในพื้นที่การชุนนุม โดยเมื่อเข้าไปสำรวจได้พบป้ายผ้าสีแดงสลักชื่อ ส.ส. อุดมเดช รันตนะเสถียร และ นิทัศน์ ศรีนนท์ จ.จันทรบุรี ยังมีรถปิกอัพขับมาจอดและลำเลียงวัตถุดิบ ข้าว ปลา อาหารแห้ง ให้กับเต๊นท์ดังกล่าวปรุงอาหาร
พ่อครัวคนหนึ่งบอกว่า แม้จะมีการตัดเส้นทางลำเลียงอาหาร แต่ก็พยายามหาทางเข้าออกนำมาอาหารมาส่ง ถึงแม้วันนี้จะนำส่งได้แต่ไม่รู้ว่าวันหน้าจะเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่ได้หรือไม่ วันนี้ในเมื่อยังมีอาหารอยู่ก็ต้องกินกันให้เต็มที่กินกันให้อิ่มท้อง ส่วนวันข้างหน้าก็คงฟ้าลิขิต
ขณะที่พ่อครัวกำลังบอกเล่า ผู้ชุมนุมก็ทยอยมาต่อแถวรับอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยหลายรายก็เริ่มรู้ข่าวแล้วถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับบนเวทีปราศรัยถึงกับหยิบยกมาตรการสีกดอาหาร กับผู้ชุมุนมว่า “ถ้าเป็นแบบนี้เรื่อยๆ เห็นที่ต้องฟ้องร้องกรีนพีซ เพราะนี่คือการกีดกันการเข้าถึงอาหาร”
แม้คลังอาหารที่สวนลุมฯจะร่อยหรอลงไปทุกขณะๆ พ่อครัวแม่ครัวตามซุ้มต่างๆ ต้องรับสภาพ แต่ในระหว่างวันก็ยังมี แม่ยกแกนนำ รวมถึงนักธุรกิจเสื้อแดง นำข้าวกล่องเมนูหลากหลายมาแจกจ่าย แต่เมื่อเส้นทางถูกสกัดอย่างเข้มข้น แม้จะเล็ดลอดเข้ามาได้ แต่ในภาวะที่อาหารร่อยหรอก็ไม่รู้ว่าปริมาณข้าวกล่อง จะตกถึงท้องผู้ชุมนุมอย่างถ้วนหน้าหรือไม่ วันนี้จึงอยู่ในสภาพกินเท่าที่มีไว้ก่อน







