posttoday
กรมศิลป์ ยกเกาะเกร็ดเป็นที่เที่ยวทางวัฒนธรรม

กรมศิลป์ ยกเกาะเกร็ดเป็นที่เที่ยวทางวัฒนธรรม

20 เมษายน 2557

เอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร ประกาศเมื่อวันที่ 1 เม.ย.วันฉลอง 103 ปี

โดย...สมาน สุดโต

เอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร ประกาศเมื่อวันที่ 1 เม.ย.วันฉลอง 103 ปี การสถาปนากรมศิลปากร ให้เกาะเกร็ดอยู่ในโครงการพัฒนาเมืองวัฒนธรรม เพื่อการท่องเที่ยว หนึ่งในห้าโครงการในปีงบประมาณ 2557

โครงการอื่นๆ ได้แก่ โครงการพัฒนาเมืองวัฒนธรรม เพื่อการท่องเที่ยวสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร โครงการพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตและอัตลักษณ์ลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง และโครงการพัฒนาโรงแรมสถานีรถไฟหัวลำโพง ตามกระแสพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

หนังสือวิถีชีวิตชาวมอญเกาะเกร็ด ซึ่งกรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2556 ได้กล่าวว่า เกาะเกร็ดเกิดขึ้นจากการขุดขยายคลองลัดเกร็ดน้อย ที่อยู่เหนือบ้านปากเตร็จขึ้นไปให้กว้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางลัดในการเดินทางโดยเรือขึ้นล่องระหว่างกรุงศรีอยุธยากับปากน้ำ หรือปากทะเลสู่อ่าวไทย

เกาะเกร็ดเป็นเกาะขนาดใหญ่ในแม่น้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่สมัยพระเจ้าท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นชุมชนซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นจุดที่เรือซึ่งจะขึ้นไปอยุธยาหรือล่องลงมาบางกอกจะต้องแล่นผ่าน

กรมศิลป์ ยกเกาะเกร็ดเป็นที่เที่ยวทางวัฒนธรรม

 

นอกจากนี้ ที่ปากคลองลัดเกร็ดทางด้านทิศตะวันออกของเกาะเกร็ดยังเป็นที่ตั้งด่านปากเกร็ด ด่านขนอนสำหรับตรวจตราสิ่งของและเก็บภาษีต้องห้ามที่จะนำเข้าหรือส่งออกนอกประเทศ ทำให้ชุมชนบริเวณเกาะเกร็ด ได้แก่ ชุมชนปากเตร็จน้อย ขยายตัวเป็นชุมชนใหญ่ และเป็นจุดแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าที่สำคัญจุดหนึ่ง เพราะบริเวณใต้บ้านปากเตร็จลงไปแม่น้ำเจ้าพระยามีลักษณะเป็นอ่าว เรือและแพที่จะผ่านด่านจะมาจอดชุมนุมรอการตรวจตราจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านนำสินค้ามาแลกเปลี่ยนซื้อขายกัน หรือแลกเปลี่ยนซื้อขายกับเรือสินค้าต่างประเทศ เช่น แลกเปลี่ยนอาหารกับสินค้าจากต่างประเทศ และจากการที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าบริเวณนี้กันมากทำให้มีตลาดน้ำขนาดใหญ่เกิดขึ้น จนมีการเรียกชุมชนบริเวณที่เป็นตลาดนี้ว่า บ้านบางตลาด (ตลาดน้ำบางตลาดนี้มีอยู่ถึง พ.ศ. 2506 หลังจากนั้นที่ดินบริเวณนี้ถูกเวนคืน ตลาดน้ำแห่งนี้จึงเลิกไป)

ในระหว่างที่มีการสร้างวัดปากอ่าวหรือวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหารที่เกาะเกร็ด ตลาดแห่งนี้ได้ขยายตัวไปทางวัดบ่อเกิดเป็นตลาดบกขนาดใหญ่เรียกว่าตลาดปากเกร็ดสืบมาจนปัจจุบัน

ชุมชนบริเวณตลาดปากเกร็ดขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ เป็นที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ โรงพัก หรือสถานีตำรวจ และท่าเรือโดยสาร ท่าเรือตลาดปากเกร็ดเป็นท่าเรือสำคัญที่เรือโดยสารทุกลำจะต้องหยุดรับส่งผู้โดยสาร ในอดีตมีเรือโดยสารระยะไกลที่หยุดรับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือปากเกร็ดหลายสาย ได้แก่ เรือสุพรรณ (สีเลือดหมู) วิ่งระหว่างสุพรรณบุรีท่าเตียน (เรือสุพรรณเป็นเรือ 2 ชั้น ดำเนินการโดยบริษัท สุพรรณขนส่ง บริการรับผู้โดยสารจากท่าเรือ จ.สุพรรณบุรี ถึงท่าเตียน และรับจากท่าเตียนส่งถึงท่าเรือ จ.สุพรรณบุรี แต่ละเที่ยวใช้เวลาเดินทาง 1 วัน กับ 1 คืน การขนส่งทางเรือเลิกไปเมื่อรถยนต์บริการเร็วกว่า)

เรือมหาราช (สีแดง) วิ่งระหว่าง อ.มหาราชท่าเตียน เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าปากเกร็ดเป็นชุมชนสำคัญมาก มีการติดต่อกับชุมชนที่อยู่ห่างไกลมาโดยตลอด

กรมศิลป์ ยกเกาะเกร็ดเป็นที่เที่ยวทางวัฒนธรรม

 

นับแต่อดีต เกาะเกร็ดเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญและเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เห็นได้จากแผนที่ของชาวต่างชาติต่างๆ ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาจะมีภาพเกาะเกร็ดปรากฏอยู่ทั้งก่อนและหลังจากการขุดคลองลัดเกร็ดน้อยทั้งสิ้น

แต่เดิมเกาะเกร็ดมิได้เรียกว่าเกาะเกร็ด เรียกว่า บ้านเตร็จน้อยและบ้านปากเตร็จน้อย (เรียกชุมชนบริเวณกลางเกร็ดฝั่งตะวันออกว่าบ้านเตร็จน้อยและชุมชนบริเวณปากเกร็ดฝั่งตะวันออกว่าบ้านเตร็จน้อย)

ชื่อ เกาะเกร็ด นั้น เรียกกันภายหลังเมื่อปากเกร็ดได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอ

เกาะเกร็ดเป็นชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่มานานแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีวัดเก่าที่มีรูปแบบศิลปะแบบสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายหลายวัด ตั้งอยู่ริมคลองลัดเกร็ดและปากคลองลัดเกร็ด ได้แก่ วัดป่าลิไลยก์ วัดป่าฝ้าย (วัดฉิมพลีในปัจจุบัน) วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร หรือวัดปากอ่าว วัดชมพูราย วัดสนามเหนือ หรือวัดสนามไชย วัดกลางเกร็ด วัดศาลากุล (เดิมเรียกศาลากุน)

ชาวมอญที่เกาะเกร็ดส่วนใหญ่เป็นชาวมอญที่อพยพมาจากเมืองเมาะตะมะ นอกจากนั้น อพยพมาจากเมืองหงสาวดีและเมืองอื่นๆ ในดินแดนที่เคยเป็นอาณาจักรมอญในประเทศสหภาพพม่า โดยมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณปากเกร็ดก่อน ต่อมาส่วนหนึ่งจึงย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่บนเกาะ

นอกจากนี้ เป็นชาวมอญซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยตามที่ต่างๆ เช่น จ.ราชบุรี อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานรวมอยู่ด้วย ชาวมอญจากเมืองเมาะตะมะอพยพเข้ามาในประเทศไทยครั้งใหญ่ 2 ครั้ง ในรัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีครั้งหนึ่ง และรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยครั้งหนึ่ง

ชาวมอญเมืองเมาะตะมะที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารทั้งสองสมัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านเรือนอยู่แขวงเมืองนนท์ เมืองสามโคก (อ.เมืองปทุมธานี) และนครเขื่อนขันธ์ (อ.พระประแดง)

เกาะเกร็ดนี้แต่เดิมมิได้เรียกว่า เกาะเกร็ด เรียกว่า เกาะศาลากุน เริ่มเรียกตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด สันนิษฐานว่าเกาะศาลากุน หลังจากที่เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (กุน) ที่สมุหนายกในสมัยรัชกาลที่ 2 สร้างศาลาริมน้ำสำหรับพักเรือสินค้าที่ท่านทำการค้าขายกับประเทศจีนไว้

ศาลานี้ตั้งอยู่ชายน้ำเป็นจุดเด่น เรียกกันว่า ศาลาจีนกุน หรือศาลาเจ้าคุณกุน ต่อมาท่านได้ถวายศาลานี้ให้กับวัดที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้ชาวบ้านเรียกวัดนี้ในระยะต่อมาว่า วัดศาลากุน ชุมชนบริเวณนี้จึงถูกเรียกว่าบ้านศาลากุน

ประกอบกับสภาพภูมิศาสตร์ที่ตั้งบ้านศาลากุนนี้มีสภาพเป็นเกาะอย่างชัดเจน ผู้เดินทางผ่านไปผ่านมาจึงเรียกว่าเกาะศาลากุนด้วย และนิยมเรียกว่าเกาะศาลากุนอยู่ระยะหนึ่ง จนเมื่อตั้ง อ.ปากเกร็ด แล้วจึงเปลี่ยนเป็นเรียกว่า เกาะเกร็ด

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาชุมชนบริเวณคลองลัดเกร็ดน้อยมีแต่ชื่อบ้านเตร็จน้อยตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของคลองลัดเกร็ดน้อย และชุมชนบ้านปากเตร็จน้อยตรงปากทางลัดเกร็ดซึ่งชาวมอญสูงอายุ มักเรียกว่ากวานปั๊กเกร็ด ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลัดเกร็ดนี้ส่วนใหญ่เป็นคนมอญ ดังเช่นที่สุนทรภู่กล่าวไว้ในนิราศวัดเจ้าฟ้า ว่า

ถึงปากเตร็ดเตร็ดเตร่มาเร่ร่อน เที่ยวสัญจรตามระลอกเหมือนจอกแหน

มาถึงเตร็ดเขตมอญสลอนแล ลูกอ่อนแอ้อุ้มจูงพะรุงพะรัง

หรือในนิราศภูเขาทองว่า

ถึงเกร็ดย่านบ้านมอญแต่ก่อนว่า ผู้หญิงเกล้ามวยงามตามภาษา

เดี๋ยวนี้มอญถอนไรจุกเหมือนตุ๊กตา ทั้งผัดหน้าจับเขม่าเหมือนชาวไทย

บริเวณบ้านปากเกร็ดและชุมชนใกล้เคียงมีการขยายตัวและพัฒนาชุมชนเรื่อยมา กลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีประชาชนเข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมาก จนได้รับการจัดตั้งเป็นอำเภอขึ้นในปี 2427 มีนายเนียม นนทนาคร ชาวไทยเชื้อสายมอญที่เกาะเกร็ดเป็นนายอำเภอคนแรก ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระรามัญนนทเขตคดี ในสมัยนั้นยังไม่มีที่ว่าการอำเภอจึงใช้บ้านนายอำเภอเป็นสำนักงาน ฉะนั้นที่ว่าการอำเภอปากเกร็ดในระยะแรกจึงอยู่ที่บ้านของพระรามัญนนทเขตคดีบนเกาะเกร็ด ซึ่งเดิมมีชื่อว่า เกาะศาลากุน

เกาะเกร็ดเป็นชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีวัดเก่าอยู่หลายวัด เช่น วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร (หรือวัดปากอ่าว หรือเพี่ยะมู่ฮะเติ้งในภาษามอญ) วัดเสาธงทอง วัดฉิมพลี วัดไผ่ล้อม วัดป่าเลไลยก์ เป็นต้น

ปัจจุบันเกาะเกร็ดเป็นตำบลหนึ่งใน 12 ตำบล ของ อ.ปากเกร็ด

เกาะเกร็ด ตั้งอยู่ทางทิศใต้ห่างจาก อ.ปากเกร็ด ประมาณ 2 กิโลเมตร มีพื้นที่ 4.2 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,625 ไร่ เป็นพื้นที่ทำการเกษตร 1,084 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 41.30 ของพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่ทั่วไปเป็นสวนผลไม้ กลางเกาะเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า (เดิมเป็นพื้นที่ทำนาดอนซึ่งใช้วิธีสูบน้ำเข้ามาทำนา ต้องลงทุนสูง จึงเลิกทำไปในปี 2525) พื้นที่บางแห่งมีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูน้ำหลาก บางปีท่วมตลอดทั้งเกาะในฤดูน้ำหลาก

ประชากรบนเกาะเกร็ด มีทั้งสิ้น 5,635 คน เป็นชาย 2,639 คน เป็นหญิง 2,996 คน ความหนาแน่นเฉลี่ย 1,342 คน/ตารางกิโลเมตร ประชากรที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บนเกาะเกร็ดมีหลายเชื้อชาติ ได้แก่ เชื้อชาติไทย เชื้อชาติจีน เชื้อชาติมอญ และที่นับถือศาสนาอิสลาม

เป็นประชากรเชื้อชาติมอญร้อยละ 35 ของประชากรทั้งหมด ตั้งบ้านเรือนอยู่ในหมู่ 1 หมู่ 6 และหมู่ 7

เป็นประชากรเชื้อชาติไทยและจีนร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมด ตั้งบ้านเรือนอยู่ในหมู่ 2 หมู่ 3 หมู่ 4 และหมู่ 5

ประชากรอีกร้อยละ 15 เป็นประชากรที่นับถือศาสนาอิสลาม ตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณริมแม่น้ำของพื้นที่หมู่ 2 3 4 และ 5

อย่างไรก็ตาม ทุกหมู่บ้านมีชาวไทยเชื้อชาติไทยอาศัยปะปนอยู่ด้วย ประชากรคิดเป็นครัวเรือนของ ต.เกาะเกร็ด เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่อาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดในพื้นที่หมู่ 1 (บ้านลัดเกร็ด) และอาศัยอยู่น้อยที่สุดในพื้นที่หมู่ 7 (บ้านโอ่งอ่าง)

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน