
ทองเพี้ยน
ในขณะที่ผมปั่นต้นฉบับอยู่นี้ เมื่อวันอังคารตามเวลาในสหรัฐ ราคาทองคำที่ตลาดโคเม็กซ์ในสหรัฐร่วงลงไปอย่างรุนแรงทีเดียวครับ วันเดียวหล่นลงไป 27.20 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 2.05% ไปปิดที่ 1,300.30 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เป็นการร่วงลงในวันเดียวที่ทำสถิติมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว
ในขณะที่ผมปั่นต้นฉบับอยู่นี้ เมื่อวันอังคารตามเวลาในสหรัฐ ราคาทองคำที่ตลาดโคเม็กซ์ในสหรัฐร่วงลงไปอย่างรุนแรงทีเดียวครับ วันเดียวหล่นลงไป 27.20 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 2.05% ไปปิดที่ 1,300.30 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เป็นการร่วงลงในวันเดียวที่ทำสถิติมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว
เหตุผลหลักของการดิ่งเหวของราคาทองคำนั้นมาจากที่ความวิตกกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ หรือคิวอี ลงอย่างแน่นอนเรื่อยๆ จนถึงกับเลิก โดยที่จะสิ้นสุดในราวครึ่งปีหลังของปีนี้
แน่นอนว่า การใช้นโยบายคิวอีของสหรัฐที่ทำมาตั้งแต่ปลายปี 2008 นั้น เป็นการอัดเงินเข้าสู่ระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาทองคำอย่างไรนั้น ก็เพราะว่าคิวอี ทำให้ความเสี่ยงของภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น เพราะมีปริมาณเงินในระบบมากเกินไป
สิ่งที่กระทบต่อราคาทองคำนั้น นอกเหนือจากดีมานด์และซัพพลายแล้ว ก็คือความวิตกกังวลต่อปัญหาเงินเฟ้อที่เมื่อเกิดเงินเฟ้อขึ้น นักลงทุนก็จะทิ้งตลาดเงินและหันไปซบตลาดทองคำ ซึ่งมีความปลอดภัยกว่านั่นเอง ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปลายปี 2008 นั้น ตลาดทองคำโลกจึงคึกคักเป็นพิเศษราคาปรับขึ้นกันอย่างร้อนแรง
นั่นเป็นเพราะคิวอีครับ ไม่ใช่เพราะเงินเฟ้อ เพียงแต่คำว่า “เงินเฟ้อ” นั้นถูกใช้เป็นเพียงข้ออ้างของการเข้าไปเก็งกำไรราคาทองคำเท่านั้น
ที่บอกได้เช่นนั้น ก็เพราะว่าที่ผ่านมาระดับเงินเฟ้อทั้งในสหรัฐ จีน หรือยุโรป ต่างอยู่ในระดับต่ำแทบทั้งสิ้น จนถึงขณะนี้เริ่มมีความวิตกกังวลถึงภาวะเงินฝืดบ้างแล้วด้วยซ้ำในสหรัฐเอง แม้ว่าดัชนีราคาสินค้าจะขยับตัวขึ้นบ้าง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเงินเฟ้อและด้วยเหตุผลที่เงินเฟ้อไม่อยู่ในระดับน่ากลัวนี่เอง จึงทำให้เฟดกล้าใช้คิวอีต่อเนื่องมาตั้งนานครับ
ราคาทองคำที่ผันผวนในช่วงนี้ มีทิศทางที่จะลดต่ำลงเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะมีบางช่วงบางจังหวะที่นักเก็งกำไรจะเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรด้วยการใช้ข้ออ้างเดิมๆ นั่นล่ะครับ
ดังนั้น ในปีนี้ราคาทองคำน่าจะผันผวนไม่น้อย







