
เริ่มเห็นผล
อีธาน ดีไวน์ จากเว็บไซต์ข่าววอลสตรีท เจอร์นัล สื่อชื่อดังของสหรัฐ แสดงความเห็นกึ่งวิเคราะห์เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า “อาเบะโนมิกส์” ล่าสุด หลังบังคับใช้ภาษีการค้า โดยปรับขึ้นจาก 5% มาเป็น 8% ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่อาจยังกังขาในนโยบายของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่แนวทางดังกล่าวอาจจะทำลายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของปีนี้ให้ดิ่งเหว
อีธาน ดีไวน์ จากเว็บไซต์ข่าววอลสตรีท เจอร์นัล สื่อชื่อดังของสหรัฐ แสดงความเห็นกึ่งวิเคราะห์เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า “อาเบะโนมิกส์” ล่าสุด หลังบังคับใช้ภาษีการค้า โดยปรับขึ้นจาก 5% มาเป็น 8% ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่อาจยังกังขาในนโยบายของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่แนวทางดังกล่าวอาจจะทำลายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของปีนี้ให้ดิ่งเหว
กระนั้น ตามความเห็นส่วนตัวแล้ว ดีไวน์ เชื่อว่า ถ้ามองอีกมุมหนึ่งนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจนี้ก็มีผลกระทบด้านบวกไม่น้อย
ทั้งนี้ ดีไวน์ ได้ยกตัวอย่างเรื่องการเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างมาก เนื่องจากนายกรัฐมนตรี อาเบะ ได้วางแผนที่จะกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ เพิ่มค่าแรง เพื่อกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อดีขึ้น โดยแม้ค่าแรงจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% แต่ก็มีสัญญาณที่ดีขึ้นด้านตลาดแรงงาน หลังพบว่าสัดส่วนผู้สมัครงานต่อตำแหน่งที่เปิดรับเริ่มลดลง อีกทั้งบรรดาบริษัทต่างๆ ก็ได้ประกาศเพิ่มการจ้างงานเด็กจบใหม่ช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้
ทางด้านกำลังซื้อของบรรดาผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นก็ดูเหมือนจะเริ่มกลับมาเป็นปกติในสินค้าหลายประเภท เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อจากราคาผู้บริโภคยกเว้นอาหารและพลังงานที่มีแนวโน้มดีขึ้น อีกทั้งความเชื่อมั่นภาคธุรกิจก็เริ่มเพิ่มขึ้น แม้หลายบริษัทจะยังจับตาเฝ้าระวังสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิดไปอีก 3 เดือนก็ตาม ขณะที่เงินเฟ้อก็คาดว่าน่าจะคงตัวที่ระดับ 1.7% จนถึงปีหน้า
ดีไวน์ จึงสรุปทิ้งท้ายการวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นน่าจะมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว เนื่องจากการเพิ่มอัตราหมุนเวียนเงินในประเทศถือเป็นผลงานสำคัญที่ อาเบะ ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจชาติได้ผลดี







