
น่าห่วงแผนปรองดอง
....ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล
ความขัดแย้งทางการเมืองพลิกผันไปอย่างรวดเร็ว จากการเสนอแผนปรองดองและกำหนดการเลือกตั้งซึ่งยอมรับกันได้ในเบื้องต้นและเกือบจะตกลงกันได้ กลับพลิกผันเป็นการเผชิญหน้ากันอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนายกรัฐมนตรียังยืนยันที่จะเดินตามแผนปรองดองต่อไปทั้ง 5 ข้อ ผมจึงขอพูดถึงแผนปรองดองบางข้อที่ผมเป็นห่วงอยู่ ผมได้แสดงความเห็นไว้ว่าแผนปรองดองต่างๆ คงจะรุดหน้าไปสู่ความสำเร็จได้ ถ้าดูแลให้ปฏิบัติการเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม ยกเว้นที่ผมยังไม่แน่ใจว่าจะทำสำเร็จได้เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีขอบเขตกว้างขวาง และอาจจะมีความเข้าใจไม่ตรงกันได้อยู่มาก ก็คือเรื่องการขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพราะความเหลื่อมล้ำในสังคมในสายตาของคนที่มีฐานะความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันและมีโอกาสในสังคมที่แตกต่างกันย่อมไม่เหมือนกัน และอาจตกลงกันไม่สำเร็จ
ต่อมานายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้รายละเอียดของแผนปรองดองในเรื่องนี้ภายใต้ข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินการ 3 เรื่อง คือ 1.การลงมือปฏิบัติตามนโยบายการศึกษาฟรี การฝึกอาชีพ การลดภาระหนี้สินส่วนบุคคล และจัดสรรสิทธิการใช้ที่ดิน 2.การจัดประชุมสมัชชาประชาชนเพื่อร่างกรอบของแผนพัฒนาชุมชน และ 3.การจัดตั้งองค์กรพิเศษเพื่อดูแลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาชุมชน ซึ่งจะช่วยขจัดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้ พิจารณาจากรายละเอียดของแผนปรองดองในเรื่องนี้แล้วผมรู้สึกสบายใจด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ ประการแรก เป็นเรื่องที่น่าจะดำเนินการให้เสร็จได้ในเวลาไม่นานนัก เพราะการปฏิบัติตามนโยบายในข้อ 1 นั้นทำได้ทันที เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในเรื่องนี้พร้อมปฏิบัติอยู่แล้ว การจัดประชุมสมัชชาประชาชนในข้อ 2 ก็น่าจะทำได้ตามกำหนด ตำบลต่างๆ ทั่วประเทศได้ร่างแผนชุมชนกันไปมากแล้วตามที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้จัดการให้ทุกตำบลจัดทำอยู่ สมัชชาจึงน่าจะมีความรู้ความเข้าใจมากพอที่จะจัดทำเป็นแผนพัฒนาชุมชนรวมของประเทศได้ ส่วนการจัดตั้งองค์กรพิเศษในข้อ 3 นั้น รัฐบาลมีอำนาจที่จะจัดทำได้ทันทีอยู่แล้ว
สาเหตุประการที่สองที่ผมรู้สึกสบายใจก็คือ การดำเนินการทั้ง 3 เรื่องข้างต้นไม่ได้ขัดขวางความคงอยู่ของระบบเศรษฐกิจเสรีนิยมที่ได้มีส่วนนำความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจมาให้ประเทศไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การดำเนินการในข้อ 1 เป็นเรื่องของการช่วยให้ผู้ที่ด้อยโอกาสได้มีโอกาสที่ดีขึ้นในการที่จะหาวิชาความรู้และเพิ่มทักษะ ซึ่งจะช่วยให้หางานทำหรือทำมาหากินได้ดีขึ้น ช่วยให้ผู้ที่ขาดแคลนที่ดินทำกินมีสิทธิที่จะใช้ที่ดินทำกินมากขึ้น การช่วยด้วยการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ปรับปรุงตนและมีหนทางขวนขวายช่วยตนเองจากความขยันหมั่นเพียรนั้น เป็นการลดความเหลื่อมล้ำที่เหมาะสมเป็นธรรมมากกว่าการเพิ่มรายได้โดยไม่ต้องทำงาน หรือการกำหนดเป็นสิทธิให้รับรายได้โดยไม่ต้องใช้ความขยันหมั่นเพียร หรือไม่ต้องทำอะไรตอบแทนสังคมเลยตามลัทธิสังคมนิยมดังที่บางประเทศใช้อยู่ ซึ่งมีผลถ่วงความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด ผมดีใจที่รัฐบาลกำหนดแนวทางที่จะเดินไปได้ถูกทาง สิ่งที่จะขอเพิ่มเติมก็คือเรื่องการศึกษา นอกจากจะจัดการให้เด็กได้เรียนฟรีโดยทั่วถึงกันแล้ว ยังจำเป็นต้องดูแลในเรื่องคุณภาพของการศึกษาอีกด้วย ปัจจุบันนี้ผู้ที่ติดตามปัญหาการศึกษาของไทยทราบดีว่าคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในชนบทห่างไกลต่ำกว่าโรงเรียนในเมืองใหญ่และกรุงเทพฯ มาก เนื่องจากความด้อยกว่าในเรื่องอุปกรณ์การสอน คุณภาพของครู หรือแม้กระทั่งหนังสือที่ใช้ในการสอน (ปัจจุบันโรงเรียนต่างๆ ไม่ได้ใช้ตำราเล่มเดียวกันสำหรับแต่ละวิชาดังในสมัยก่อนแล้วครับ) ดังนั้นการให้เด็กได้เรียนฟรีอย่างเดียวยังไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสที่จะได้เรียนรู้เพื่อความก้าวหน้าอย่างเท่าเทียมกัน เด็กในโรงเรียนในเมืองใหญ่มีโอกาสได้รับการสอนโดยครูที่เก่งกว่า และได้อ่านหนังสือที่ดีกว่า ย่อมจะก้าวหน้าไปในชีวิตได้ดีกว่า ในขณะที่เด็กในชนบทที่ห่างไกลแม้จะได้เรียนฟรีก็ไม่สามารถพัฒนาตนได้ดีเท่า ดังนั้นการลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องทำให้มากกว่าการเรียนฟรี และจะต้องทำอย่างจริงจังและต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี คุณภาพของการศึกษาในชนบทห่างไกลจึงจะตามขึ้นมาใกล้เมืองใหญ่หรือกรุงเทพฯ ได้ และนั่นแหละคือการลดความเหลื่อมล้ำที่สำคัญที่สุด
สำหรับการดำเนินการในข้อ 2 และข้อ 3 นั้นเป็นการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดสิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริง ไม่ใช่การกำหนดโดยเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ซึ่งหลายครั้งไม่ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของชุมชน บางส่วนของชุมชนจึงยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร งบประมาณของรัฐที่ใช้ไปจึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เป็นความสูญเปล่าประการหนึ่ง การจัดงบประมาณเพื่อพัฒนาชุมชนตามแผนที่ชุมชนช่วยกำหนดจะทำให้เศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้นทุกชุมชน เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น เปิดโอกาสให้มีการสร้างอาชีพเพิ่มขึ้นได้ในระดับท้องถิ่น นำไปสู่การกระจายรายได้ที่ดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Economy) แข็งแรงขึ้น และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตที่ยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจเสรี
ท่านผู้อ่านที่เคารพ บทความในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ในวันนี้เป็นบทความประจำสัปดาห์ครั้งสุดท้ายของผม เนื่องจากผมเพิ่งได้รับมอบหมายให้มีตำแหน่งสำคัญในบริษัทที่เป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ผมเห็นว่าผมไม่สมควรทำตัวแข่งกับนักเขียนประจำคนอื่น จึงขอหยุดเขียนบทความเป็นประจำทุกสัปดาห์อย่างที่เคยทำมา แต่หากมีเหตุการณ์ใดที่อาจจะนำความเสียหายมาให้แก่บ้านเมืองปรากฏขึ้น ผมยังขอสงวนสิทธิที่จะออกมาให้ความเห็นเป็นครั้งๆ ไป ท้ายที่สุดนี้ผมขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ให้เกียรติติดตามอ่านบทความของผมมาโดยตลอด
ขอบคุณครับ พบกันใหม่เมื่อเห็นว่ามีสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลกำลังจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา







