
"รัฏฐาธิปัตย์" เกิดยากแนะเจรจาสู่เลือกตั้ง
จุดแตกหักทางการเมืองเวลานี้ ต้องรอถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) นัดตัดสินคดี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในคดีย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี พ้นเก้าอี้เลขาธิการสภาความมั่นคง (สมช.) โดยไม่ชอบตาม รธน. ซึ่งมีการคาดหมายว่าเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยแกนนำม็อบสองฝ่ายต่างประกาศนัดชุมนุมใหญ่ในวันเดียวกัน
จุดแตกหักทางการเมืองเวลานี้ ต้องรอถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) นัดตัดสินคดี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในคดีย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี พ้นเก้าอี้เลขาธิการสภาความมั่นคง (สมช.) โดยไม่ชอบตาม รธน. ซึ่งมีการคาดหมายว่าเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยแกนนำม็อบสองฝ่ายต่างประกาศนัดชุมนุมใหญ่ในวันเดียวกัน
ทั้งนี้ กลุ่ม กปปส. โดย สุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศให้มวลชนออกมาทันทีโดยไม่ต้องฟังเสียงนกหวีด หากศาล รธน. ตัดสินให้ ยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่ง ซึ่ง สุเทพ บอกว่า จะประกาศความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เสนอทูลเกล้าฯ ถวาย ตั้งนายกรัฐมนตรี ด้วยตัวเอง ในขณะที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. ได้นัดเสื้อแดงออกมาชุมนุมคัดค้านเช่นกัน โดยบอกว่า จะเป็นการวัดกำลังกัน ระหว่างกลุ่ม นปช. กับระบอบอำมาตยาธิปไตย ว่า แนวทางของกลุ่มใดจะมีผู้สนับสนุนมากกว่ากัน
สถานการณ์จากนี้ไป ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเมินว่า ข้อเสนอเรื่องรัฏฐาธิปัตย์ของ กปปส.เป็นไปได้ยากมาก เพราะหากศาล รธน.วินิจฉัยว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นทั้งคณะ ก็จะมีข้อถกเถียงกันว่าบุคคลใน ครม.ที่ร่วมลงมติโยกย้าย ถวิล กับผู้ที่อยู่ใน ครม.รักษาการบางคนไม่ได้อยู่ร่วมด้วย จึงไม่เกี่ยวข้องและไม่ต้องพ้นจากตำแหน่ง
“จะมีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหลงเหลืออยู่และทำหน้าที่รักษาการต่อไปได้ ประเด็นก็คือทางกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย ก็จะบอกว่า คนที่เหลืออยู่นี้สามารถทำงานได้ และทิศทางต้องมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง ส่วนฝ่าย กปปส.ก็จะบอกว่าทำงานไม่ได้แล้ว ก็ว่ากันต่อไป”
อาจารย์ไชยันต์ บอกอีกว่า หากคำวินิจฉัยทำให้นายกฯ พ้นสภาพเพียงคนเดียว ครม.ก็ต้องอยู่ต่อไป
“โดนปกติแล้วไม่มีใครเขาประกาศก่อนว่าจะทำให้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ หัวใจจริงๆ มันอยู่ที่การแอ็กชั่น คือเมื่อยึดอำนาจสำเร็จแล้วมันก็จะเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องประกาศ”
สำหรับการระดมพลของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ศาล รธน.จะวินิจฉัยคดีนั้น อาจารย์ไชยันต์ ประเมินว่า หากฟังคำปราศรัยของกลุ่มคนเสื้อแดงจริงๆ จะพบว่าเสื้อแดงไม่ได้บอกว่าจะปกป้องนายกฯ เพียงอย่างเดียว แต่บอกว่าจะปกป้องประชาธิปไตย คือแม้ว่า ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เป็นนายกฯ แล้วก็ยังจะยกย่อง แต่จะสนับสนุนคนที่เป็นรองนายกฯ ที่ขึ้นมารักษาการแทนเพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งต่อไป
“จะเห็นว่า กลุ่มคนเสื้อแดงก็ยอมสละยิ่งลักษณ์แล้ว ถามว่าจากนี้ กปปส.จะใช้กฎหมายข้อใดในการบีบให้คนที่รักษาการลาออกอีก ผมเห็นว่า ควรใช้สถานการณ์นี้พบกันคนละครึ่งทาง คือที่ กปปส.บอกว่าจะล้มระบอบทักษิณจากนี้ก็จะไม่มีคนตระกูลชินวัตรแล้ว อย่างน้อยก็ช่วงสั้นๆ ส่วนคนเสื้อแดงก็ยอมสละยิ่งลักษณ์แล้ว ดังนั้นจึงมาคุยกันว่าจะเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างไรหลังจากเลือกตั้งแล้วรัฐบาลใหม่อาจจะอยู่เพียง 1 ปีหรือไม่ หรือถ้ายังอยากจะฆ่ากันต่อไปก็เอา” อาจารย์ไชยันต์ กล่าวทิ้งท้าย
ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า หลังจากนี้ ต้องจับตาถึงท่าทีของ ยิ่งลักษณ์ ว่าจะไปแก้ต่างศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. หรือไม่ ส่วนการประกาศตั้งรัฏฐาธิปัตย์ของ สุเทพ เห็นว่า ยังไม่ควรทำ เพราะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายต้องเดินตามกรอบกติกา
ขณะที่ ความเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อวันที่ 7 เม.ย.นั้น กลุ่มเสื้อแดงซึ่งได้ชุมนุมที่ถนนอักษะ ได้สลายการชุม โดย จตุพร ได้ประกาศนัดชุมนุมใหม่ ในวันที่ศาล รธน.นัดวินิจฉัยคดี ยิ่งลักษณ์ และ ในวันที่ 8 เม.ย. จะประชุมแกนนำ นปช. เพื่อหารือถึงการชุมนุม
ด้าน พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ได้รวบรวมคำปราศรัย สุเทพ ที่คิดจะล้มล้างการปกครอง ตั้งตนเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 สมคบเตรียมกำลังพลเพื่อเป็นกบฏ จะยื่นให้ดีเอสไอในวันที่ 8 เม.ย. เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
ในขณะที่ ถาวร เสนเนียม แกนนำกลุ่ม กปปส. กล่าวว่า การชุมนุมของ 2 กลุ่มไม่ได้เป็นการสร้างเงื่อนไขให้ทหารออกมาปฏิวัติ โดยกลุ่ม กปปส.จะชุมนุมในที่ตั้ง







