
คาร์บอมบ์ใจกลางเมืองยะลา
ลงมือพร้อมกัน4จุดไฟลุกท่วมดับ1เจ็บ17อาคารเสียหายกว่า10คูหารถพังยับ
ลงมือพร้อมกัน4จุดไฟลุกท่วมดับ1เจ็บ17อาคารเสียหายกว่า10คูหารถพังยับ
คาร์บอมบ์จยย.บอมบ์ 4 จุดกลางเมืองยะลา ไฟลุกท่วมเสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 17 ราย
พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดทางเข้าออก ทุกพื้นที่โดยรอบเมืองยะลา และปูพรม ติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายนำระเบิดไปประกอบเป็นจักรยานยนต์พ่วงข้าง หรือ จักรยานยนต์บอมบ์ และคาร์บอมบ์ ใน เขตพื้นที่เทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 4 จุด ในเวลาไล่เลี่ย กัน ประกอบด้วย จุดแรกที่หน้าร้านราชาเฟอร์นิเจอร์ บริเวณแยกโคลีเซี่ยม
จุดที่ 2 บริเวณแยกทางเข้าตลาด เมืองใหม่ ภายในซอยยิ้มจินดา จุดที่ 3 หน้าตู้เอทีเอ็ม หน้าสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บ้านมลายูบางกอก ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา จุดที่ 4 หน้าร้านฟ้าใสเฟอร์นิเจอร์ทางเข้าตลาดเมืองใหม่ แต่จุดที่รุนแรงที่สุดคือหน้าร้านราชาเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งคนร้ายซุกระเบิดไว้ในรถกระบะโดยพบร่องรอยบริเวณประตูข้างรถที่ตกอยู่ มีโลโก้ อบต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา แรงระเบิดครั้งนี้ส่งผลให้เพลิง ลุกไหม้บ้าน อาคารไม้เสียหายไม่ต่ำกว่า 10 คูหา และรถยนต์อีกจำนวนหลายคัน
ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บเบี้องต้น ประกอบด้วย 1.ร.ต.ท.บุญโสภณ นรินทร์ 2.นายดาเลง เจ๊ะบู 3.นางซาบีเยาะ มาแซ 4.ด.ญ.นาวาตี สะอิ 5.นางนูรมา เจะเมาะ 6.น.ส. อาอีสะ ดะเลง 7.นางมารียัม เจ๊ะบู 8.นางวิพร แซ่เอี้ย 9.ด.ญ. มารีแย มาแซ 10.นางสารีพะ แมเราะ 11.นายบือราเฮง โตะกียะ 12.นางบุญยืน คงเหมือนเพชร 13.น.ส.วรรณดี นรินทร 14.น.ส.สนีวาตี สาเมาะ 15.น.ส.สูรีนา แมเจะ 16.น.ส.มารีแย มะซะ 17.นาง สาอีดะ อาแว ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ใต้ท้อง รถเก๋งในที่เกิดเหตุ 1 คน ยังไม่ทราบเป็นหญิงหรือชาย เนื่องจากถูกกระแทกจากแรงระเบิด อีกทั้งยังถูกไฟไหม้จนดำเป็น ตอตะโก
ขณะที่ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นด่านชายแดนไทยมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ระดมกำลังเพิ่มมาตรการตรวจเข้มงวด ตรวจค้นประชาชนที่เดินทางผ่านเข้าออกบริเวณแนวพรมแดนมากยิ่งขึ้น นอกเหนือ จากตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางว่า มีชื่ออยู่ในบัญชีด้านความมั่นคงหรืออาชญากรรมตามปกติแล้ว ยังได้เน้นการลาดตระเวนแนวชายแดนเพื่อป้องกันการหลบหนีเข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติของกลุ่มผู้ไม่หวังดีให้รัดกุมมากขึ้น
อย่างไรก็ดี หลังจากสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ก็ยังคงเกิดเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวใจกลางเมือง โดยมีการสนธิกำลัง อส.ของ อ.เบตง สับเปลี่ยนหมุนเวียนตลอด 24 ชม. เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว







