
ปปช.แฉข้าวโกดังรัฐหาย2ล้านตัน
ป.ป.ช.ปูดข้าวในโกดังรัฐบาลหายจ้อย 2 ล้านตัน เตือนรัฐบาลแล้วว่าจะมีการโกง
ป.ป.ช.ปูดข้าวในโกดังรัฐบาลหายจ้อย 2 ล้านตัน เตือนรัฐบาลแล้วว่าจะมีการโกง เงินตกหล่นในมือนักธุรกิจ
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปาฐกถาหัวข้อ “การทุจริตการเมือง ความอยู่รอดของประเทศ” ที่ห้องประชุมสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ถึงโครงการรับจำนำข้าว ว่า ได้เตือนนายกรัฐมนตรีไปว่า ถ้าไม่หยุดทำโครงการรับจำนำข้าว รัฐบาลนี้จะมีปัญหาแน่นอน
ทั้งนี้ ป.ป.ช.ได้ให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) วิจัยอย่างรอบด้านและงานวิจัยระบุว่า ถ้ารัฐบาลยังทำเรื่องนี้ต่อไป จะทำให้กระบวนการผลิตข้าวสูญสิ้น และชาวนาจะจมปลักไม่มีเงิน เนื่องจากเงินในโครงการนี้จะถูกหมุนเวียนจากงบประมาณแผ่นดินปีละ 2 แสนล้านบาท ที่ตกไปอยู่ในกำมือของบริษัท หรือพวกนักธุรกิจที่ร่วมกันวางแผนไว้ล่วงหน้า เหลือแค่เศษเสี้ยวให้ชาวนา
นอกจากนี้ ยังพบว่าตั้งแต่ปี 2555 มีข้าวหายไปจากโกดังรัฐบาลแล้วจำนวน 2 ล้านตัน และไม่มีใครรู้ว่าข้าวที่มีอยู่เป็นข้าวที่ผลิตมาตั้งแต่ปี 2555 ถึงตอนนี้มีจำนวนเท่าใด เพราะคนคิดโครงการนี้รู้แล้วว่าจะทำการทุจริตเพื่อไม่ให้ใครจับได้หรือไล่ทัน
นายวิชา กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ชาวนาไม่ได้ปลูกข้าวเพื่อการผลิตและส่งออก แต่ผลิตเพื่อเอาเงินตันละ 1.5 หมื่นบาท จะผลิตข้าวที่เลวร้ายอย่างไรก็ได้ โดยไม่สนใจว่าจะต้องได้พันธุ์ข้าวที่ดี ซึ่งกลับหัวกลับหางกับการผลิตในอดีตที่เราผลิตเพื่อจะได้พันธุ์ข้าวที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งมีผลดีต่อการส่งออกด้วย แต่ขณะนี้พอรัฐบาลรับซื้อทุกเมล็ด และไม่ใช่รับซื้อหลังจากสีข้าว แต่รับซื้อข้าวเปลือกจนไม่มีใครรู้ว่าข้าวที่เรารับประทานอยู่เป็นข้าวไทยหรือข้าวของประเทศใด
กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า เรื่องพืชผลการเกษตรไม่สามารถแยกแยะได้เลย ไม่เหมือนการทุจริตอย่างอื่น ซึ่งน่ากลัวที่สุด ชาวนาจะจมปลักอย่างนี้มาเรียกร้องเงินที่ยังไม่ได้ ระบบเรื่องเงินในโครงการรับจำนำข้าว คล้ายกับแชร์แม่ชม้อยที่บอกว่าจะให้ดอกเบี้ยสูง ซึ่งที่จริงเป็นเงินมาจากคนที่ลงทุนแล้วถูกนำไปจ่าย แต่ตอนนี้รัฐบาลขายข้าวไม่ได้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้ชาวนา
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ชาวนาไม่ต้องทำอะไร เพราะมีคนมารับซื้อที่นา ทั้งแบบที่ซื้อแผ่นดิน หรือเข้าไปสวมสิทธิการครอบครองที่นา จึงขอให้ไปดูว่าตอนนี้ชาวต่างประเทศเริ่มเข้ามาจองแผ่นดินของเราแล้ว ต่อไปประเทศของเราจะไม่เหลืออะไร
นายวิชา กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะขอเพิ่มพยานอีก 4 ปากในโครงการรับจำนำข้าว ว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือขอเพิ่มพยาน ส่วนที่นายกฯ ขอเพิ่มพยานปากคำเข้าชี้แจงนั้น คงต้องหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ก่อน แต่ส่วนใหญ่แล้วการจะพิจารณาสอบพยานจะใช้วิธีการเดียวกับศาล หากเห็นว่าพยานปากนี้เกี่ยวข้องกับคดีก็จะให้ชี้แจง ไม่ใช่ว่าร้องขอมาทั้ง 100 ปากแล้วจะสอบครบทุกคน ต้องพิจารณาผู้ที่เกี่ยวข้องมากกว่า
“ผมยืนยันว่า ป.ป.ช.ทำงานอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ใช้มาตรฐานเดียวกันกับการพิจารณาของศาล โดยจะดูที่ข้อเท็จจริงและเนื้อหาเป็นหลัก ส่วนที่มีการโจมตีผมนั้น ผมไม่หวั่นไหว เพราะแผ่นดินไม่มีผมแค่คนเดียว บ้านเมืองนี้ต้องช่วยกัน” นายวิชา กล่าว
นายวิชา กล่าวว่ากรณีนายกฯไม่จำเป็นต้องรอให้มีการชี้มูลคดีทุจริตการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ต่อนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ก่อน หรือต้องรอชี้มูลพร้อมกันเพราะเป็นคนละส่วนกัน ไม่เหมารวมในการพิจารณาคดี เนื่องจากคดีที่เกี่ยวข้องกับนายกฯนั้นเป็นคดีที่เกิดจากความเสียหายที่เหตุเกิดขึ้นแล้วซึ่งต้องดูว่านายกฯได้ยับยั้งหรือไม่ อย่างไรก็ตามจะสามารถชี้มูลกรณีนายกฯได้ภายในเดือนเม.ย.นี้หรือไม่นั้นตนไม่อยากคาดการณ์ล่วงหน้า เพราะจะเป็นการตั้งธงไว้ก่อน







